วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ลดน้ำหนักแบบ Low Carb เข้าใจให้ถ่องแท้ ก่อนใช้วิธีนี้



ก่อนอื่นเรารู่หรือไม่ว่า เราอ้วนเพราะเรากินอะไร #อ้วนเพราะ เรากินอาหารประเภทที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว เช่นคาร์โบไฮเดรต ส่งผลให้เรารู้สึกหิวได้ง่าย และน้ำตาลส่วนเกินนี้จะกลายเป็นไขมันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เราเป็นคนเจ้าเนื้อได้ไม่รู้ตัว

การลดน้ำหนักแบบ Low Carb ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลดน้ำหนัก ที่กินเฉพาะโปรตีน เนื่องจากโปรตีนไม่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และ เพิ่มการเผาผลาญ ดังนี้น ยิ่งรับประทานโปรตีนมากเท่าไหร่ ยิ่งไปเผาผลาญไขมันมากเท่านั้น โดยเราไม่จำเป็นต้องงดอาหาร น้ำหนักก็ยิ่งจะลดลง และแนะนำให้ ออกกำลังควบคู่ไปด้วย พร้อมกันกินน้ำเปล่า วันละ 2-3 ลิตร แ

ข้อควรระวัง ในการลดน้ำหนัก โดยการกินแบบ Low Carb คือ การไม่รับประทาน โปรตีนอย่างเดียว จะไปส่งผลต่อระดับเกลือแร่และอิเลคโตรไลท์ของร่างกาย  สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนปฏิบัติ นะคะ

เพิ่มเติม มารู้จักอาหารที่เราควรงด เมื่อเราใช้วิธีลดน้ำหนักแบบ Low Carb 

อาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต :
   o   คาร์โบไฮเดรต คือ อาหารจำพวกแป้ง ข้าว ผัก  ผลไม้ โดยแบ่งคาร์โบไฮเดรตออกได้ 2 แบบคือ
   o   แบบ Simple Carbohydrate คือ คาร์โบไฮเดรตในรูปที่ดูดซึมง่าย เปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เช่น ขนมเค้ก ของหวาน ครัวซองต์ ข้าวขาว ข้าวเหนียว
   o   แบบ Complex carbohydrate คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อรับประทาน ร่างกายจะค่อยๆ ดูดซึม ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว เช่น พืชผัก ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล ธัญพืช
ดังนั้น ควรเลือกรับประทาน แบบ Complex carbohydrate ดีกว่า
หมายเหตุ เราควรเสริม ด้วย Complex carbohydrate คาร์โบไฮเดรต ร่างกายเราจะได้ไม่เกิดโยโย่ได้ง่าย เนื่องจาก ระบบขับถ่ายเราจะไม่ปกติหากไม่รับประทานพวกนี้เลย อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายด้วยนะคะ
ติดตามเรื่องราวดีๆ >> FB Page https://www.facebook.com/beautytipbypao/

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ลดสิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ สิวหายขาด ไม่กลับมาเป็นอีก

วันนี้เปาจะแนะนำเนื้อหาการดูแลผิวเป็นสิว แบบให้หายขาดด้วยวิํธีธรรมชาตินะคะ

อันดับแรก

1. การดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดผิว

>> เริ่มจากการเช็ดผิวให้สะอาด สำหรับผิวเป็นสิวง่ายแนะนำ ผลิตภัณฑ์ วอเตอร์คลีนซิ่ง วิธีใช้คือ เทลงสำลีและเช็ดผิวหน้าเบาๆ





2. ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิว 



3. ใช้ว่านหางจระเข้ พอกทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำทุกเช้า และ เย็น รอยสิวจะจางลงเลยเพียงไม่กี่สัปดาห์ 

หมายเหตุ การใช้ว่านหางจระเข้สด จะใช้ลำบากมาก เพราะจะมียาง และ กรรมวิธีทำยาก เปาแนะนำให้ใช้ เจลว่านหางจระเข้สำเร็จรูป หรือ เซรั่มแอลฟ้าไวท์ 




อัลฟ้าไวท์เซรั่ม รับผลิต ขายส่งตัวอย่างเซรั่มหน้าใส
ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว บำรุงผิวขาวกระจ่างใส 
สั่งซื้อทักไลน์ไอดี : chivabeauty

3. กลุ่มสมุนไพรรักษาสิว เช่น ขมิ้น ผสมกับน้ำซาวข้าว ใช้ทาตรงสิว และ รอยดำจากสิว ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้สิวยุบ และรอยดำจากสิว

4. ครีมบำรุงผิวสมุนไพร ครีมสาหร่าย เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ ผสมในรูปครีม ใช้บำรุง ผิวทาก่อนนอน แต้มเพียงนิดเดียวเกลี่ยให้ทั่วผิวหน้า 








วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สูตรรักษาฝ้า หน้าใส ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ 6 ชนิด



6 สมุนไพรบ้านๆ กับสูตรรักษาฝ้า เผยหน้าใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปัญหาที่ติดอันดับต้นๆ ตัวทำลายความมั่นใจของสาวๆ ไปเลย คือปัญหาหน้าไม่ใส เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ ปัญหานี้เกิดคู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย มาลองใช้วิธีธรรมชาติ กันดูนะคะ

1. น้ำมะนาว
มะนาวเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีกรดซิตริกที่จะช่วยลดรอยด่างดำและรักษาฝ้าให้ดูจางลงได้  เพียงแค่นำมะนาว 1 ลูกมาคั้นเอาแค่ส่วนของน้ำ จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำมะนาวไปถูเบาๆ บริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำเป็นประจำวันละ 2 ครั้งติดต่อกัน 3 สัปดาห์ แต่อาจจะต้องระวัง อย่าปล่อยน้ำมะนาวทิ้งไว้บนใบหน้านานเกินไป เพราะน้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูง อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายในบริเวณผิวที่มีความบอบบาง
เซรั่มลดฝ้า เซรั่มหน้าใส  >> https://www.chivalabcare.com/category/4/
2. ขมิ้น
ขมิ้นจะช่วยต้านแบคทีเรียและลดการเพิ่มเม็ดสีผิว ที่เป็นตัวการทำให้ผิวคล้ำเสียได้ง่าย เพียงนำขมิ้นผงผสมกับนมสดในอัตรา 1:2 ส่วน คนให้เข้ากัน แล้วทาตรงบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้วิธีนี้ทุกวันก่อนนอนเป็น ก็จะช่วยให้หน้าใส ฝ้าดูจางลง ผิวดูสดใส แถมยังดูขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย
ครีมขมิ้นลดฝ้า >> https://www.chivalabcare.com/product/43
ครีมสาหร่ายลดฝ้า >> https://www.chivalabcare.com/category/2/
3. ว่านหางจระเข้
ตัดว่านหางจระเข้มาล้างยางออกให้สะอาด ฝานเปลือกออกให้เหลือส่วนวุ้นด้านใน จากนั้นล้างทำความสะอาดยางให้เกลี้ยงอีกครั้ง นำมาบดจนละเอียด แล้วนำมาทานวดบริเวณที่เป็นฝ้าอย่างเบามือประมาณ 5 นาที จากนั้นทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันวันละครั้ง ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมได้แล้ว
เจลว่านหางจรเข้ >> 
4. ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตเป็นสูตรหน้าใสที่ช่วยขัดผิวตามธรรมชาติ สามารถกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไป แถมไม่ทำให้เกิดการแพ้ ด้วยการผสมข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ นม 2 ช้อนโต๊ะและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน คนจนส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว จากนั้นนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าสะอาด ทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ ตามด้วยครีมบำรุงเป็นขั้นตอนสุดท้าย
เซรั่มหน้าใส >> https://www.chivalabcare.com/category/4/
5. โยเกิร์ต
กรดแลคติคในโยเกิร์ตจะช่วยรักษาฝ้าได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยนำโยเกิร์ต 2 ช้อนชาผสมขมิ้นเล็กน้อย คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นทาทิ้งไว้ตรงที่เป็นฝ้าประมาณ 30 นาทีแล้วค่อยล้างออก ทำซ้ำวันละ 1-2 ครั้ง ติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ รับรองว่าจะช่วยให้ฝ้าค่อยๆ จางลงได้
6. นมถั่วเหลือง
ในนมถั่วเหลืองมีสารการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวดูสว่างใสช่วยให้ฝ้าแลดูจางลง จึงเป็นอีกหนึ่งสูตรที่น่าสนใจ เริ่มต้นด้วยการนำสำลีชุบน้ำนมถั่วเหลือง แล้วแปะทิ้งไว้บนใบหน้า จากนั้นปล่อยให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วค่อยลอกออก จากนั้นล้างทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ โดยสูตรนี้ควรทำซ้ำทุกวัน ติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป ก็จะเริ่มเห็นประสิทธิภาพของผิวที่ดูเนียนใสได้อย่างชัดเจน
ข้อมูลสนับสนุนจาก  >> https://www.sanook.com/women/141549/

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562

3 วิธีแปรงฟันขาว ที่คุณอาจเข้าใจผิด

แปรงฟันเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิต เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน แต่เราอาจจะเข้าใจผิด ทำผิดๆ กันมาตลอด มาเรียนรู้การดูแลฟันที่ถูกต้องกันค่ะ

- เลิกเอาแปรงสีฟันที่บีบยาสีฟันเเล้ว จุ่มน้ำหรือผ่านน้ำก่อนเเปรงฟัน
หลายคนจะบ้วนน้ำ หรือนำแปรงไปจุ่มน้ำก่อนเริ่มแปรงฟัน ทีนี้พอแปรงเปียก มีน้ำในปากเยอะ ยาสีฟันก็จะละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นฟองฟูฟ่องทั่วปาก จากนั้นก็ไหลย้อยเป็นแนวลงตามแขนไปจนถึงข้อศอก แล้วก็ต้องรีบวิ่งไปที่อ่าง ยืนก้มหน้าก้มตามุดๆ อยู่กับอ่าง บ้วนออกอย่างรวดเร็ว จบสิ้นการแปรงฟันโดยที่ยังไม่ถึง 2 นาที
ดังนั้น ก่อนบีบยาสีฟันอาจทำความสะอาดเเปรงสีฟันด้วยน้ำเปล่า แล้วเคาะน้ำออกให้หมาดหรือพอเเห้ง ก่อนเเปรงฟัน ให้ทำความสะอาดช่องปากคร่าวๆ เพื่อเอาเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันออกเสียก่อน

- เลิกบ้วนน้ำหลังเเปรงฟัน (แค่ถุยเอาฟองยาสีฟันออกให้หมด หรือบ้วนน้ำเพียง 1 ครั้ง หลังแปรงฟัน) ปริมาณยาสีฟันที่เหลือเพียงเล็กน้อย (หลังบ้วนฟองออก) ที่อาจกลืน ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
มีงานวิจัยเรื่องหนึ่งที่โด่งดังมาก ในปี ค.ศ.1992 ในเมืองนอตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษ พบว่า เด็กที่แปรงฟันแล้วบ้วนปากโดยเอาปากไปจ่อกับก๊อกน้ำ (เด็กเกบ้วนชุ่ยๆ) มีฟันผุน้อยกว่าเด็กที่บ้วนปากจากแก้วน้ำ (เด็กดี ตั้งใจบ้วน) หลังจากนั้น ก็มีงานวิจัยอื่นๆ ตามมาจำนวนมากเพื่อตรวจสอบและยืนยันในสิ่งเดียวกัน จนทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศอังกฤษสรุปออกมาเป็นคำแนะนำว่า "ไม่ต้องบ้วนน้ำหลังแปรงฟัน"

- อย่าเพิ่งกิน หรือดื่มอะไร (รวมถึงน้ำเปล่า) อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหลังเเปรงฟัน เพื่อให้ฟลูออไรด์ได้ออกฤทธิ์ป้องกันฟันผุได้อย่างเต็มที่
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :รศ.ทญ.ดร.สุดาดวง กฤษฎาพงษ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่องราวจาก https://www.sanook.com/health/


ยาสีฟัน ฟันขาว คู่กับ ผงขัดฟันขาว สูตรธรรมชาติทั้งคู่ สั่งซื้อด่วนทักไลน์ไอดี : chivabeauty
ราคาหลักสิบ สั่งซื้อผ่านระบบ >> http://bit.ly/2XndLi7
ขายส่ง 100 ชิ้นคละได้ ราคาพิเศษ ยาสีฟัน 33 บาทต่อชิ้น ผงขัดฟันขาว 39 บาทต่อชิ้น


วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ฟันขาวใน 7 วัน เกิดขึ้นได้จริง บอกหมดเปลือกด้วยความยินดี

สาเหตุของฟันเหลืองเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นกรรมพันธุ์ ชอบดื่มน้ำมีสี ชอบดื่มชากาแฟ การจัดฟัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ ฟันเหลือง มีคราบหินปูน ปกติจะต้องไปเสียเงินแพงๆ เพื่อที่จะไปทำให้ฟันขาว

วิธีทำให้ฟันขาว

1. ทำเลเซอร์ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2900 ขึ้นไป ข้อดี คือขาวเลยหลังทำ แต่ข้อเสียคือ หากเรายังมีพฤติกรรมเดิม ฟันเราก็จะสมหินปูนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และ ฟันก็จะกลับมาเหลืองเหมือนเดิม ภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือนหลังทำ และหากเราต้องใช้เเลเซอร์บ่อยๆ ก็จะทำให้หน้าฟันเราบางลงได้

2. ใช้น้ำยาทำให้ฟันขาว มีขายทั่วไปตามท้องตลาด การทำแบบนี้ จะไม่ทำลายหน้าฟันเท่าวิธีแรก แต่จะไม่ถาวร จากประสบการณ์ เพียงแค่วันเดียว หากเราไปใช้พฤติกรรม กินชากาแฟ ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมทันที

3. การเลือกใช้ยาสีฟัน วิธีนี้ปลอดภัย หากเป็นยาสีฟันสมุนไพรด้วยแล้ว ก็จะยิ่งปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และ ใช้ยาสีฟันร่วมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน จากประสบการณ์ได้ลองใช้ ยาสีฟันสมุนไพร ร่วมกับผงขัดฟัน ผลลัพธ์ที่ได้ ดีเกินคาด ทั้งคราบหินปูน และ สีฟันที่ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ 7 วัน

ยาสีฟันสมุนไพร + ผงขัดฟัน = ฟันขาวได้จริง หากสงสัยวิธีใช้ ทำยังไงถึงขาวได้ สามารถทักไลน์ id : chivabeauty

                    รีวิว ฟันขาวได้จริง วันแรก


       รีวิว วันที่สอง ใช้คู่กัน อยากรู้วิธีใช้คู่กัน ใช้แบบไหน อะไรยังไง ให้ได้ผล ทั้งหินปูน หายไปหมด ฟันขาวขึ้นจริงด้วย มีเทคนิค ง่ายๆ หากสงสัย ต้องการคำตอบ ทักไลน์ id : chivabeauty 



วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

แค่จัดเตียงหลังตื่นนอน ก็ผอมได้

สวัสดีค่ะ วันนี้เปิดมากับเรื่องแปลกๆ จัดเตียงแล้วผอม ทำไมถึงผอม เพราะมีผลวิจัยออกมาแล้วว่า คนที่ตื่นนอน แล้วจัดเตียงนอน เป็นคนที่มีวินัย หากเราฝึกให้ตัวเราเองมีวินัย ไม่ว่าเราจะลดความอ้วน ทำธุรกิจ ทำงาน ทำอะไรก็สำเร็จ เพราะเรามีความอดทน มีวินัยแม้สิ่งเล็กน้อย ในตอนตื่นนอน เพียงเท่านี้ อยากให้ลองทำกันดูนะคะ #รับรองสำเร็จ

ใครผ่านมาเห็นบทความนี้แล้วลองทำตาม ชีวิตดีขึ้น สามารถส่งต่อเรื่องราวๆ ดีๆ แบบนี้ให้เพื่อน ๆ คนอื่นได้นะคะ

เพิ่มเติมตัวช่วยลดน้ำหนัก

>> อย่าอดอาหารเช้า ตอนเช้าถ้าอยากกินแป้งก็กินได้นะคะ ไม่ต้องอด แต่ตอนเช้าเราจะกินได้ไม่เยอะมาก พอดีๆ แต่จะไม่ทำให้เราโหยในมืออื่นๆ หากเราไม่กินอาหารเช้า เราจะโหยมากมื้ออื่นๆ ต่อให้เรามียาดี แต่เรากินเข้าไปปริมาณมากจนเกินพอดี ก็ไม่สามารถเอาอยู่ได้ เป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ของกลไกร่างกาย ไม่ต้องเสียเงินแพง เพียงเข้าใจเท่านั้น ว่าร่างกายเราต้องการอะไร

หมายเหตุ ลดความอ้วน ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอนะคะ น้ำหนักตัว ทุกๆ  20 กิโล ต่อน้ำ 1 ลิตร หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ เราจะหิวง่ายมาก และก็จะไม่มีแรง

ฝากไว้เท่านี้นะคะ ติดตามบทความดี ๆได้ที่ นี่นะคะ หรือ facebook >> https://www.facebook.com/beautytipbypao/



ระวัง! 5 พฤติกรรมตอนเช้า ยิ่งทำ ยิ่งเสี่ยงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย
บทความ #ลดน้ำหนัก >> https://www.sanook.com/women/139877/

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ลดน้ำหนักด้วยมัลเบอร์รี่ กินเถอะประโยชน์เยอะ

มาดูประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ มีมากมายกว่าที่เราคิด แต่สาวๆ ที่กำลังมองหาอาหารลดน้ำหนัก แนะนำค่ะ ถ้าพอมีกำลังซื้อ ซื้อเถอะค่ะ ซื้อให้ตัวเอง ไม่ขาดทุนนะคะ

ประโยชน์หลักๆ ของมัลร์รี่

 1.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ แต่ผลไม้ดีอย่างมัลเบอร์รีนั้นก็มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดมีการผกผันได้ โดยจะชะลอการย่อยของคาร์โบไฮเดรต ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดไม่เกิดการผกผันจนส่งผลกระทบกับร่างกายได้นั่นเอง
2.ช่วยลดคอเลสเตอรอล
ไขมันภายในร่างกายอย่างคอเลสเตอรอลนั้นจำเป็นอย่างมากทีเดียวที่เราจะต้องคอยควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ เพราะปล่อยให้ร่างกายมีปริมาณไขมันดังกล่าวมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงของการเป็นโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การทานมัลเบอร์รีจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ลงได้ ทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) เข้ามาแทนที่ได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ มันยังช่วยลดไขมันที่พอกพูนอยู่ในตับให้น้อยลงได้อีกด้วย

7 ประโยชน์ของมัลเบอร์รี สุดยอดผลไม้ดีเพื่อสุขภาพ

3.ป้องกันโรคมะเร็ง
เมื่อเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายถูกทำลายจนเสียหายมันก็จะแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นเซลล์ที่มีภาวะผิดปกติ และนำมาสู่โอกาสของการเกิดเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด แต่การกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมัลเบอร์รีจะช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งและกำจัดเซลล์มะเร็งไปพร้อมๆ กันได้ จึงนับเป็นสุดยอดอาหารต้านมะเร็งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง
4.ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
เรสเวอราทรอล (Resveratrol) เป็นสารที่มีคุณสมบัติควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไป และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้อีกด้วย โดยพบว่ามีสารชนิดนี้จากในเปลือกผลไม้บางชนิด เช่น องุ่นและผลไม้ตระกูลเบอร์รีบางชนิด ซึ่งผลมัลเบอร์รีก็นับเป็นแหล่งของสารเรสเวอราทรอลไม่น้อยทีเดียว

7 ประโยชน์ของมัลเบอร์รี สุดยอดผลไม้ดีเพื่อสุขภาพ
5.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
มัลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอัลคาลอยด์ (Alkaloids) สารดังกล่าวมีประสิทธิภาพเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้นกันร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยมันจะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์แมคโคเฟจ (macrophages) ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่มักเข้ามาจู่โจมเล่นงานภายในร่างกาย จึงทำให้เรามีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงและลดโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง
6.ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น
โดยปกติแล้ว ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่ไม่ค่อยมีในพืชเท่าใดนัก แต่สำหรับมัลเบอร์รีนั้นกลับเป็นผลไม้ที่เปี่ยมด้วยธาตุเหล็กอยู่อย่างน่าทึ่ง ซึ่งสารอาหารดังกล่าวจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น และยังทำให้ร่างกายสามารถส่งผ่านออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงอวัยวะและเนื้อต่างๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นด้วย
7.ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก
อาการท้องผูกมีสาเหตุการเกิดมาจากการที่ร่างกายขาดไฟเบอร์ แต่มัลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่เปี่ยมด้วยปริมาณไฟเบอร์สูง แน่นอนว่ามันจะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น จึงช่วยแก้อาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ ยังแก้อาการท้องอืดและจุกเสียดแน่นท้องได้อีกด้วย
สาระน่ารู้สุขภาพ จาก https://www.sanook.com/women/80093/
ติดตามสาระสุขภาพ เพจแบ่งปันเรื่องราวความสวยความงาม >> https://www.facebook.com/beautytipbypao/

ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน รับประทานแต่พอดี เนื่องจาก สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ จึงอาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เคล็ดลับหน้าเด็ก ทำเถอะ รับรองดี

เทรนด์ใหม่ สำหรับสาวๆ ยุคนี้คือ เทรนด์ไม่แต่งหน้าเยอะ เผยผิวสวยเด็กเด้ง สุขภาพดี แต่บอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูแลสุขภาพหนักมากทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงอาหารการกิน ครีมบำรุงผิว การล้างผิวหน้า การอาบน้ำ การกินน้ำผักผลไม้ปั่น และอีกมากมาย ที่สาวๆ ต่างมาเผยเคล็ดลับ

สาวๆ ระวังไว้ ใช้ครีมช่วยให้ผิวขาวใส จะเจอกับภัยจากสารปรอท


วันนี้มีข้อสรุป แบบรวบรัด ทำแล้วหน้าเด็กได้จริง อยากให้ลอง เริ่มตั้งแต่วันนี้ อย่าไปท้อนะคะ ทำไปเรื่อยๆ แล้วผลลัพธ์จะตามมาเอง

1 อันดับแรก ขอให้ดื่มน้ำสะอาด น้ำแร่ได้ก็จะดี หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ถ้าอยากได้ผิวใสกิ๊ก ลองดื่มให้ได้ 2-3 ลิตร ต่อวัน วิธีง่ายๆ เพียงลองค่อยๆ ดื่ม แล้วเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ ลองซื้อขวดเล็ก มากินก่อน กินให้หมด เป็นขวดๆ  จะมีกำลังใจมาก แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ แนะนำว่าน้ำ แต่ละแบรนด์ แต่ละยี่ห้อ ก็มีผลต่อการกินน้ำได้มากน้อยนะคะ อยากให้ลองชิมหลายๆ แบบ ดูว่าเราชอบแนวไหน จะทำให้เรากินน้ำได้เยอะมากขึ้นนะจ๊ะ

แนะนำประโยชน์อัดแน่น จากการดื่มน้ำเพิ่มเติม >> https://www.sanook.com/women/65319/  

2 อันดับสองพยายามฉีดน้ำแร่ให้ผิวหน้าชุ่มฉ่ำ สามารถฉีดได้บ่อย ครั้งตามต้องการ ผิวจะเป่งสวย
น้ำแร่มีหลากหลายยี่ห้อ ให้เลือกมากมายในท้องตลาด แต่น้ำแร่ชนิดที่ดี และ ถูกกับเรา ก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือก
แนะนำ น้ำแร่ evian ขนาด 50 ml ขนาดพกพา เป็นน้ำแร่ชนิดที่นิยมใช้ เพราะบอบบางต่อผิว สำหรับคนเริ่มฝึกหัดใช้ จะใช้ได้บ่อย  ใช้หลังตบแป้งจะทำให้เครื่องสำอางแน่นมาก ให้เริ่มจากน้ำแร่ตัวนี้นะคะ

ดูเพิ่มเติม >> น้ำแร่ evian ขนาด 50 ml ราคาเพียง 160 บาท http://bit.ly/2EJbnHG

ลองตามดู คำแนะนำ เคล็ดลับจากผู้ใช้จริงได้ที่ >> https://www.instagram.com/beautytipbypao/

3. น้ำผัก ผลไม้ปั่น กินแล้วได้ประโยชน์ แถมทำเองได้ที่บ้าน มีหลายๆ เพจ ได้ออกมาแนะนำ วิธีปั่นน้ำ มากมาย  ลองติดตามได้


วิธีสกัดน้ำบีทรูทแบบง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน

4. เลือกกินผัก มากกว่ากินเนื้อสัตว์ ลองดูนะคะ ทำยาก ต้องฝึกฝน ถ้าทำได้ จะใช้ชีวิตสวยๆ ได้ตลอด สวย แข็งแรง สุขภาพดี

5. ออกกำลังกายทุกวัน ทำเป็นประจำ จะวิ่ง จะเดิน ขอให้ทำนะคะ ทำนิดทำหน่อย ช่วงฝึกฝนควรทำทุกวัน แล้วจะเริ่มชินไปเรื่อยๆ วันละ 30-45 นาที 




วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

วิธีแก้ปากดำ ตาโปนคล้ำ ที่สาวๆ ต่างมองข้าม

ปากดำ ตาคล้ำ แต่งหน้าไม่สวย เป็นปัญหาที่ช่างแต่งหน้าส่วนมากต้องเจอ ไม่ว่าจะผิวดี ผิวขาว แค่ไหน แต่ก็มีที่ ปากดำคล้ำ ทาสีลิปสติกแล้วผิดเพี้ยน ทาสีเปลือกตาแล้วผิดเพี้ยน มาเลือกวิธีดูแลผิวแบบง่าย ๆ เพียงข้อเดียว คือทุกครั้งที่ทาครีมกันแดด จะต้องทาที่ริมฝีปาก และ รอบดวงตาด้วย ทุกครั้ง เพื่อป้องกันแสงแดด ที่ทำให้ผิวบริเวณนี้ดำคล้ำกว่าส่วนอื่นๆ



>> ผลที่ได้จากการทากันแดด ด้วยวิธีนี้อย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ ทาลิปสติกสีไม่เพี้ยน ปากไม่ดำหมองคล้ำ ทาสีเปลือกตา สวยไม่ผิดเพี้ยน

แนะนำ ครีมกันแดด >> https://www.chivalabcare.com/category/1/

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ขัดผิวยังไงให้ได้ผลจริง ผิวขาวสวยจริง

การขัดผิวหน้าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นมากในขั้นตอนการดูแลรักษาผิวหน้า สาวๆ เคยสังเกตมั้ย ทำไม ประโคมด้วย #ครีมบำรุงผิวขาว มากมาย แต่ทาแล้วไม่ได้ผล บางครั้งกลับทำให้ผิวคล้ำเสีย มีสิวขึ้นอีกด้วย เพราะเราลืมขั้นตอนสำคัญนี้ไปรึเปล่า การขัดผิว

มาดูกันว่าขัดผิวหน้าอย่าไรให้ได้ผล

1. ขัดผิวหน้าต้องฉีดน้ำแร่ช่วย ผิวจะเด้งสวยสมอย่างที่ตั้งใจ และควรสครับผิวอย่างเบามือจะช่วยให้ขัดผิวหน้านิ่มเด้งสวย และ ควรใช้เนื้อครีมที่นุ่มและมีวอลุ่ม เพื่อรับน้ำหนักมือ และ เม็ดสครับที่เล็กละเอียดดีต่อผิว

แนะนำ ครีมสครับผิวหน้า สูตรสาหร่าย >> คลิ๊ก !!! 


2. การสังเกตุสภาพผิวของตัวเอง อันนี้สำคัญมาก เพราะสภาพพื้นผิวแต่ละคนจะมีความแข็งแรงไม่เหมือนกัน การดูแลผิวที่ไม่เหมือนกัน หากเราใส่ใจดูแลผิว คอยหมั่นสังเกตุสภาพผิวของตัวเอง ว่าเหมาะกับสารสกัดแบบไหน จะทำให้เราดูแลผิวหน้าได้อย่างถูกจุดสมากยิ่งขึ้น

3. การขัดผิวหน้า ต้องทำตอนไหนถึงจะดีสำหรับผิว การขัดสครับผิวหน้าจะต้องขัดหลังล้างทำความสะอาดผิวหน้า ให้สะอาดหมดจดเสียก่อนเท่านั้น เนื่องจาก คนส่วนมากมักขัดผิวก่อนล้างหน้า เป็นสิงที่ิผิดจะทำให้สิ่งสกปรกยิ่งเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เป็นการขจัดผิวที่เสื่อมสภาพออกไป แนะนำว่า ควรขัดสครับผิวหลังล้างผิวหน้าให้สะอาดแล้วจะดีที่สุด

แนะนำเคล็ดลับดูแลผิวจาก https://www.sanook.com/women/137817/

เคล็ดลับขัดผิวหน้าให้ขาวใส แบบไหนที่ควร-ไม่ควรทำ ต้องตามไปดู



วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทำแบบนี้ทุกวัน น้ำหนักลดแน่นอน พุงยุบ พุงหาย พุงแฟ๊บ

ลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่สำหรับบางคนแล้วยากมาก เพราะอะไรที่ขัดกับการกินอันมีความสุขของเราแล้ว เราจะทำได้ยากมาก



5 วิธีลดน้ำหนักแบบฉบับง่ายๆ ทำทุกวัน น้ำหนักไม่ลดให้รู้ไป
ข้อมูลสาระ วิธีลดน้ำหนัก >> https://www.sanook.com/women/137661/

1. ไม่จำเป็นต้องลดอาหารมือหลัก เพียง แต่เลือกกิน เราลองมาจดดูว่าเรากินอะไรบ้าง ที่ทำให้น้ำหนักเรามาไกลถึงจุดนี้ ของทอด แป้ง เครื่องดื่ม ดังนั้นง่ายๆ เลยคือเราเปลี่ยนวิถี การกิน เป็นไม่เอาของพวกนี้เลย หันไปกินของต้ม อะไรที่ยังอดไม่ได้ ให้ใช้การค่อยๆ ลดแทน เราก็จะไม่เครียดด้วยนะคะ

2. อาหารเย็นเป็นมือที่ หลายคน อดไม่ได้เลย แล้วคนลดน้ำหนัก จำเป็นต้องอดมือเย็น ทรมานกันสุดๆ ตรงนี้ ให้เรามาดูเหมือนเดิมว่ามื้อเย็นปกติเราเลือกอาหารประเภทไหนบ้าง ให้ลองงดดู เราเปลี่ยนมาเป็นเมนูมีน้ำเยอะ อย่างสุกี้ น้ำ ไก่ ปลา อดทนกินทุกวัน ดูว่า น้ำหนักเราจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ย สำคัญ #งดการปรุงรส เปรี้ยว หวาน เค็ม ไปเลยยิ่งดีนะคะ

3.  มื้อดึก สำหรับบางคนหิว แนะนำให้ปรับใหม่ เป็นผลไม้ ที่ไม่มีแป้ง ไม่มีน้ำตาลดีมั้ย อย่าง ชมพู่ แตงโม

4. เทคนิคง่ายๆ หลังอาหาร รีบแปรงฟันทันที จะทำให้เรารู้สึกว่า ไม่อยากกินของจุกจิกอะไรเข้าไปเพิ่มอีก

5. น้ำเปล่า สำคัญมากสำหรับคนลดน้ำหนัก ควรดื่มให้เพียงพอ หากใครดื่มน้ำน้อย ก็ลองปรับให้ค่อยๆ เพิ่มขึ้น วันละนิดๆ จนเป็นนิสัย

6. การขับถ่ายของเสียก็สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นการขับถ่ายด้วยวิธีธรรมชาติจะดีมาก เราอาจจะใช้การปั่นน้ำแตงกวา กับ ผัก หรือ โยเกริ์ต เพื่อช่วยในการระบายได้ แถมยังทำให้ผิวสวยสดใสอีกด้วย







วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สครับผิวหน้า สำคัญแค่ไหน หน้าขาวใส ได้จริงถ้าทำถูกวิธี


สวัสดีค่ะ สาวๆ ที่รักการดูแลผิว ถึงไม่ได้เกิดมาสวย แต่ถ้าดูแลผิวดีสม่ำเสมอ ก็สวยได้ เช่นกัน แต่สำหรับสาวๆ ที่ มีทุนผิวหน้าสวย ดูแลผิวดี ยิ่งสวยยิ่งผ่องออร่าจับ

การสครับผิวคืออะไร คือการที่เราเอา ผลิตภัณฑ์อะไรซักอย่างหนึ่ง มาขัดถูบริเวณผิวหน้า โดยเราต้องมีเงื่อนไขอะไร ทำไมเราต้องสครับผิว

>> เมื่อผิวเรารู้สึกหยาบ กร้าน เอามือสะอาดสัมผัสดูเราก็จะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้เลย
>> เมื่อผิวรู้สึกรูขุมขนกว้าง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าไม่สังเกตุ เราจะปล่อยให้มันค่อยๆ กว้างขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่เคยทำอะไรเลย
>> เมื่อผิวหมองคล้ำง่าย ออกแดด โดนแสงนิดเดียว ทำไมผิวเราคล้ำง่ายมาก แล้วก็ขาวได้ยากมาก

ทั้งหมดนี้ คือเอฟเฟคจากการที่ผิวของเราถึงเวลาต้องผลัดเซลล์ปกติ แต่เราไม่ได้ทำการดูแล หรือ ผลัดเซลล์อะไรเลย เพียงแต่ล้างหน้าธรรมดา ซึ่งความหนาบางของผิวแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน บางคนแค่ล้างทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกายปกติ ก็สามารถผลัดเซลล์ได้แล้ว แต่กับผิวบางคนอาจจะไม่
โดยปกติแล้วเราจะมีวงรอบของผิวประมาณ 28 วัน

หากว่าเราปล่อยไว้ไม่ทำอะไรเลยจะเกิดอะไรขึ้น ผิวเราจะค่อยๆสะสมขี้ไคล สะสมสิ่งสกปรก สิ่งที่เราผิวต้องผลัดออก ทำให้ผิวหน้าเราดู หมองคล้ำ ทาครีมบำรุงผิวอะไรก็ไม่เห็นผล  เพราะครีมบำรุงผิวไม่ซึมเข้าสู่ผิวเลย ผิวหน้าทรงๆ เดิมแถมยังทรุดลงได้อีกด้วย

ดังนั้นแนะนำ ว่าอย่าละเลยการสครับผิวหน้าอย่างถูกวิธี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า จะเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ก็ได้ เช่น ผงใยบวบ ใยสับประด แอปรีคอต  และจะต้องทำให้เบามือที่สุด เนื่องจากหากมือหนักไป รูขุมขนเราจะยิ่งกว้างยิ่งขึ้น ต้องสครับอย่างถูกวิธี

สุดท้าย ไม่จำเป็นต้องสครับผิวทุกวัน เพียง 2 สัปดาห์ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (กรณีนี้ควรเป็นครีมสครับ) จะทำให้กระตุ้นคอลลาเจน และ เปิดให้ผิว รับครีมบำรุงได้อย่างเต็มที่



ขายส่ง รับผลิต ครีมสครับผิวเนื้อเนย คลิ๊ก !!!

สครับผิวเนื้อเนย : บำรุงผิวไปพร้อมสครับผิว จะทำให้พยุง แรงมือในการกดเม็ดสครับ ผิวจะไม่ช้ำ และ สครับผิวได้อย่างเนียนละเอียด

ข้อมูลต้นฉบับเคล็ดลับความงาม >> https://www.sanook.com/women/


วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

มือใหม่หัดดูแลผิว ด้วยสกินแคร์ ใส่ได้จริง ขาวได้จริง

สวัสดีคะ วันนี้มาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการใช้สกินแคร์ ดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะลืม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก่า ถ้างานยุ่ง เวลาน้อย ไม่รู้จักคำว่า สกินแคร์ คืออะไร จำเป็นหรือไม่ ทำไมต้องใช้ ไม่ใช้ได้มั้ย แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป ผิวหน้า ผิวกาย เราเปลี่ยนไป ผิดแผกแตกต่างจากคนรอบข้าง เราจะเริ่มมานึกถึงวิธีรักษา ทำยังไงนะ ซื้อนั่นนี่มาสารพัด แต่กลับไม่ได้ผล ยิ่งวัยรุ่น วัยสิว หากไม่ระวัง คืนเดียวตื่นขึ้นมาพร้อมเม็ดอะไรไม่รู้ เค้าเรียกว่า สิว แน่เลย เต็มหน้า อยากจะร้องไห้

เริ่มก่อน ก็สวยก่อนนะคะ

ขั้นตอนแรกที่เคยบอกกันมาตลอดคือการล้างผิวหน้า สำหรับการล้างผิวหน้าหน้าในตอนเช้า ไม่มีอะไรมาก หากผิวหน้าเราไม่ใช่คนผิวมากๆ เลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรที่เป็นเคมี มากๆ ในการล้างผิวหน้า เพียงสบู่อ่อนๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลผิว ให้กระทบกับความนุ่มชุ่มชื้น และ น้ำมันใต้ชั้นผิวให้น้อยที่สุด



สำหรับการล้างผิวหน้าในช่วงเย็น ให้เน้นเป็นพิเศษ ว่าต้องสะอาด ต้องเช็ดเครื่องสำอาง สิ่งตกค้างให้หมด ก่อนที่จะลงสกินแคร์กับผิว

ขั้นตอนที่ 2  การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับปรับสภาพผิวหลังการล้างหน้าเช้า-เย็น (Toner)
โดยนำมาเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วใบหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างตามรูขุมขนอีกครั้ง และเป็นการช่วยปรับสภาพผิวหลังการล้างหน้าให้เปิดพร้อมรับการบำรุงจากครีมในลำดับต่อไป
ขั้นตอนที่ 3  การฟื้นฟูและผลัดเซลล์ผิว (Treatment)
โดยควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของสภาพผิว อย่างเช่น การมาส์กหน้า หรือการบำรุงผิวเฉพาะจุด อย่างเช่น การทายาเพื่อรักษาสิวหรือเพื่อลด กระ จุดด่างดำบนใบหน้า แต่ต้องใช้ให้ถูกเวลาด้วยนะคะว่าเหมาะสำหรับกลางวันหรือกลางคืน
ขั้นตอนที่ 4  ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา (Eye Cream)
เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและแห้งง่ายกว่าจุดอื่นๆ จึงทำให้เกิดริ้วรอยและหมองคล้ำได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้ครีมที่มีความอ่อนโยนและเป็นครีมที่ใช้บำรุงเฉพาะจุดนวดคลึงเบาๆ เพื่อการบำรุงอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้นนะคะ
ขั้นตอนที่ 5  ใช้ครีมบำรุงผิวเช้า-เย็น
ด้วยการทาครีมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับการดูแลตามช่วงเวลาอย่างเช่น Day Cream หรือ Night Creamให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นประจำ โดยการเริ่มจากครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อครีมเบาบางก่อนเป็นลำดับแรกแล้วจึงค่อยตามด้วยครีมบำรุงที่มีเนื้อเข้มหรือหนาขึ้นตามลำดับนะคะ

เผยผิวสวยกระจ่างใสกับขั้นตอนง่ายๆ ในการลงสกินแคร์อย่างถูกต้อง
ครีมบำรุงผิว ขาวใส เคล็ดลับดูแลผิว
ขั้นตอนที่ 6  ใช้ครีมกันแดด (Sunscreen)
เพื่อเป็นการปกป้องผิวหน้าเราจากรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดอันเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำและการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกจากบ้านทุกครั้งด้วยนะคะ


วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

หน้าร้อนแดดแรง ขัดผิวให้ขาว สวยเนียนได้ไม่ยาก

วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีดูแลผิว สวยช่วงหน้าร้อนแดดแรงได้ง่ายๆ ไม่มีผิวหมองคล้ำ เพียงมีวินัย ทำตามนี้ได้เลยค่ะ



1. สูตรน้ำผึ้ง+เปลือกส้ม+ข้าวโอ๊ต
สูตรขัดผิวนี้จะช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่นำเปลือกส้มสดมาบดให้ละเอียดหรือจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้ในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้สัก 2-3 นาทีจากนั้นล้างออกให้สะอาด
2. สูตรกล้วยหอม+น้ำตาลทราย
นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน แล้วนำมาถูวนๆ ที่ผิวให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว อีกทั้งยังปกป้องผิวจากการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี
3. สูตรมะละกอ+นม+น้ำมะนาว+น้ำผึ้ง
เป็นสูตรขัดผิวที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้นขึ้น แถมยังปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ใช้มะละกอสุกบดละเอียด 1 ถ้วย นม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3-4 หยดและน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดลงบนผิว โดยใช้มือนวดวนเป็นวงกลมอย่างเบามือ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น
4. สูตรข้าวโอ๊ต+มะเขือเทศ
สูตรขัดผิวนี้เป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูตัวเอง แถมยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนและดูใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวดูอมชมพูขึ้นด้วย เพียงแค่ใช้ข้าวโอ๊ต มะเขือเทศบดละเอียดและน้ำตาลทรายผสมให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้มาขัดวนบนผิวทั้งผิวหน้าและผิวกาย เมื่อขัดจนทั่วแล้วให้นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแผ่นบาง แล้ววางทับบนใบหน้าอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกให้น้ำสะอาด
5. สูตรมะนาว+น้ำตาล
สูตรนี้เหมาะสำหรับขัดมือและเท้าเท่านั้น อย่าใช้สูตรนี้กับใบหน้าอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้หรือไวต่อแสงมากขึ้นได้ วิธีทำ ให้หั่นมะนาวออกเป็นครึ่งซีก นำแต่ละซีกมาจุ่มน้ำตาลแล้วนำมาขัดมือและเท้า กรดจากน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวมือและเท้าในบริเวณที่หยาบกร้านเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยขัดทิ้งไว้สักประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
เรื่องราวเคล็ดลับ >> https://www.sanook.com/women/137037/

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

ครีมกันแดด ยอดนิยมในร้านขายยาญี่ปุ่น

ครีมกันแดดที่ึขึ้นชื่อ ยอดนิยม ก็ขอยกให้ญี่ปุ่นเค้าเลยนะคะ แต่เราจะเลือกตัวไหนหละ เอาเป็นว่าเรามาส่องกันดีกว่า ว่าร้านขายยาในญี่ปุ่นเค้าขายครีมกันแดดอะไรกันบ้าง


1. Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++

ยกให้เป็นครีมกันแดดในดวงใจของสาวๆ หลายคน และยังคงเป็น ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 น่าใช้ สำหรับ Skin Aqua Tone Up UV Essence ด้วยเนื้อครีมสีม่วงอ่อนๆ เป็นกันแดดกึ่งเมคอัพเบส ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50+ และ PA++++ นอกจากจะช่วยปกป้องผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวด้วยส่วนผสมของไฮยารูลอนและวิตามินซี ให้ผิวสวยสุขภาพดี เนื้อครีมบางเบา ทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ และช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสทันทีที่ทา

ค่าการป้องกัน : SPF50+ และ PA++++

ราคา : 740 เยน หรือประมาณ 220 บาท
2. Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++

มากันที่อีกหนึ่งแบรนด์ดังที่มีครีมกันแดดรุ่นยอดฮิตติดใจสาวๆ ออกมาให้ใช้กันเสมอ หลอดสีฟ้าสดใสนี้ก็คือ Biore UV Aqua Rich Watery Essence ครีมกันแดดจากบีโอเร สูตรน้ำ เนื้อเอสเซ้นส์ ที่ให้ความรู้สึกบางเบาสบายผิวสุดๆ เนื้อไม่มันเหนอะหนะด้วยนวัตกรรม UV Aqua Jelly Capsule พร้อมช้วยปกป้องรังสี UV มี SPF 50+ และ PA++++ สามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้เลย

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 698 เยน หรือประมาณ 200 บาท
3. ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+/PA++++

ใครผิวมัน จัดตัวนี้เลยจ้า กับ ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 จาก Shiseido แบรนด์ดังในตำนานที่สาวๆ มั่นใจในประสิทธิภาพกันแดดมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk รุ่นใหม่นี้เป็นสูตรน้ำนม เนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยเทคโนโลยี Aqua Booster EX กันเหงื่อและกันน้ำ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ด้วยเนื้อครีมที่ทาง่าย คุมมันได้ดี พร้อม SPF 50+ และ PA++++ มาในขวดสีทองสวยหรู สังเกตดีๆ รุ่นใหม่นี้ที่ฝาด้านบนจะเป็นสีฟ้านะจ๊ะ

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 2,480 เยน หรือประมาณ 710 บาท

4. ALLIE Extra UV Facial Gel SPF50+ PA++++

ยกให้เป็น ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 น่าใช้อย่างต่อเนื่องกับ ALLIE Extra UV Facial Gel ครีมกันแดดเนื้อเจลบางเบาจาก Kanebo ที่กันทั้งเหงื่อและน้ำ ติดทนนาน ทาตัวนี้ก่อนแต่งหน้ายังช่วยให้รองพื้นติดทนด้วยนะ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วย SPF50+ และ PA++++ อีกทั้งยังมีส่วนผสมของเอสเซนส์บำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื่น ใครไป ทัวร์ญี่ปุ่น ต้องจัด!!

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 2,100 เยน หรือประมาณ 600 บาท
5. Kose Cosmeport Suncut UV Protect Spray Fruity Floral SPF50+ PA++++

ปิดท้ายกันที่ ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 แบบสเปรย์กันบ้าง Kose Cosmeport Suncut UV Protect Spray Fruity Floral ที่มาในขวดสเปรย์สีเงิน-ทอง เป็นสเปรย์กันแดดที่ใช้งานง่ายและสะดวกพกพามากๆ ข้อดีของแบบสเปรย์ก็คือไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่เป็นคราบ ปกป้องผิวด้วย SPF50+ และ PA++++ แถมรุ่นนี้ยังราคาน่ารักสุดๆ พกติดกระเป๋าไว้เลยค่ะ

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 498 เยน หรือประมาณ 145 บาท
ข้อมูลจาก https://www.sanook.com/women/136297/

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

แค่ทาตามนี้ ผิวก็สวยเนียนใส

แนะนำเคล็ดลับการทาโลชั่น แบบง่ายมาก ทำแค่ 5 ขั้นตอนนี้
1.ขจัดขี้ไคลหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปก่อนการขัดขี้ไคลเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปจากผิว ซึ่งจะช่วยให้เนื้อโลชั่นซึมซาบลงสู่ผิวได้เร็วและรับสารอาหารจากโลชั่นได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าเราไม่ขัดขี้ไคลหรือขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป การทาโลชั่นก็จะไม่สามารถเข้าถึงผิวของเราได้อย่างล้ำลึกเต็มที่ เพราะอาจจะไปตกค้างหรือสะสมที่บริเวณชั้นของขี้ไคลแทน อีกทั้งยังทำให้เปลืองโลชั่นอีกด้วย


2.ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงทีละตัวหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า ยังไงก็ทาอยู่แล้วทาพร้อมกันหมดนี่แหละจะได้ประหยัดเวลา นั่นถือว่ายังขาดความรู้อีกมาก เพราะโลชั่นแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติต่างกัน การทาพร้อมกัน อาจจะมีสารบางอย่างที่ทำปฏิกิริยาต่อกัน อาจส่งผลเสียหรือลดคุณภาพของโลชั่นแต่ละชนิดลงไปได้ ดังนั้นการทาทีละตัวจะช่วยให้คุณสมบัติของครีมบำรุงแต่ละชนิดค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างแท้จริง และควรทาห่างกันอย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนที่จะทาโลชั่นอีกตัวซ้ำลงไป
3.อาบน้ำเย็นในขั้นตอนสุดท้ายการอาบน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนขยายกว้าง จึงช่วยกำจัดสิ่งสกปรกหรือช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้ ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาดผิวได้มากยิ่งขึ้น แต่ในขั้นตอนสุดท้ายของการอาบน้ำ แนะนำให้ราดตัวด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดกระชับรูขุมขน และน้ำเย็นยังช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ใต้ผิว ทำให้ผิวไม่ต้องสูญเสียความชุ่มชื้นมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้การบำรุงด้วยโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นยิ่งได้ประสิทธิภาพมากขึ้นไปพร้อมกันด้วย
4.อาบน้ำเสร็จควรบำรุงผิวด้วยโลชั่นทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ ควรทาโลชั่นตามทันที เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ผิวกำลังแห้งหมาด ซึ่งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากความแห้งกร้านได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนบ่อยๆ ยิ่งต้องเคร่งครัดเรื่องการทาครีมบำรุงผิว เพราะการอาบน้ำร้อนจะเป็นตัวการทำให้ผิวแห้งเสียได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง
5.ทาโลชั่นซ้ำอีกครั้งก่อนนอนการทาโลชั่นก่อนนอนจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้ดีขึ้น เพราะร่างกายจะทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวพรรณทุกส่วนของร่างกายในเวลาที่เรานอนหลับ ดังนั้น การทาโลชั่นก่อนนอนก็จะช่วยเติมเต็มสารอาหารดีๆ ให้กับผิว ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น สดใส และห่างไกลจากริ้วรอยความแก่ได้ด้วย