แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีมาส์กหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีมาส์กหน้า แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567

แจกสูตรมาส์กโฮมเมด สำหรับผลัดเซลล์ผิวขาวกระจ่างใส แถมกันแดด

แป้งข้าวกล้องนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น วิตามิน B3 วิตามิน E แมกนีเซียม ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และลดรอยสิว

มาดูสูตรมาส์ก DIY แป้งข้าวกล้องกันเลย

1. มาส์กข้าวกล้อง + โยเกิร์ต

  • ผสมแป้งข้าวกล้อง 2 ช้อนโต๊ะ กับโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  • ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. มาส์กข้าวกล้อง + น้ำผึ้ง

  • ผสมแป้งข้าวกล้อง 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  • ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. มาส์กข้าวกล้อง + กล้วยหอม

  • บดกล้วยหอมสุก 1/2 ผล
  • ผสมกับแป้งข้าวกล้อง 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  • ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

4. มาส์กข้าวกล้อง + มะเขือเทศ

  • บดมะเขือเทศ 1 ผล
  • ผสมกับแป้งข้าวกล้อง 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  • ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. มาส์กข้าวกล้อง + นม

  • ผสมแป้งข้าวกล้อง 2 ช้อนโต๊ะ กับนมสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  • ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

หมายเหตุ

  • ก่อนใช้มาส์ก ควรล้างหน้าให้สะอาดก่อน
  • ทดสอบการแพ้บนท้องแขนก่อนใช้
  • ไม่ควรทาครีมบริเวณรอบดวงตา
  • ใช้มาส์ก 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

เคล็ดลับ

  • สามารถปรับสูตรได้ตามความชอบ เช่น เพิ่มน้ำผึ้ง มะนาว หรือว่านหางจระเข้
  • เก็บมาส์กที่เหลือไว้ในตู้เย็นได้ 1-2 วัน
  • ใช้แปรงมาส์กทาจะทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

หวังว่าสูตรเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีผิวสวยกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และไร้สิวนะคะ

แนะนำเพิ่มเติม สูตร มาส์กข้าวกล้อง เพื่อผิวกระจ่างใส และ เนียนนุ่ม




วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ข้อควรรู้ก่อน มาสก์หน้า ให้ผิวใส ผิวผ่อง




1.ไม่ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนมาสก์หน้า

การไม่ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนมาสก์หน้า ไม่เพียงแต่การบำรุงผิวจะไม่ได้ผลเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสิว เนื่องจากในแต่ละวันผิวหน้าต้องเผชิญกับสิ่งสกปรกมากมาย ดังนั้นจึงควรล้างหน้าก่อนมาสก์หน้าทุกครั้ง เพราะถือเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนบำรุงนั่นเอง


2.โบกครีมมาสก์หน้าเยอะเกินไป
อย่างที่ทราบกันดีว่า อะไรก็ตามที่มากไปก็ย่อมไม่เกิดผลดี เช่นเดียวกับการมาสก์หน้า ไม่ควรโบกครีมเยอะเกินไป เพราะจะก่อให้เกิดผื่นคัน สิว และอาการแสบผิวได้ เนื่องจากมาสก์หน้าบางยี่ห้อมีส่วนผสมที่เข้มข้นซึ่งเพียงพอต่อปริมาณการใช้ที่กำหนดไว้แล้ว

3.มาสก์หน้านานเกินไป
ยิ่งมาสก์หน้านาน ยิ่งดีต่อผิว ความเข้าใจผิดนี้ก่อให้เกิดปัญหาผิวจากการมาสก์หน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากการมาสก์หน้านานจะทำให้แผ่นมาส์กดึงเอาความชุ่มชื้นจากผิวออกไปหมด ก่อให้เกิดผิวแห้งและระคายเคือง


4.มาสก์หน้าหลายประเภทในเวลาเดียวกัน
มาส์กแต่ละประเภทมีระยะเวลาในการมาส์กไม่เท่ากัน เช่น มาส์กบริเวณแก้ม ทีโซน และรอบดวงตา ล้วนมีระยะเวลาในการมาส์กที่ถูกต้องและระบุไว้แล้ว ดังนั้นการใช้มาส์กหลายประเภทในเวลาเดียวกัน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้

5.มาสก์หน้าหลังรักษาผิวหน้า
ในกรณีที่ผิวหน้าเพิ่งผ่านการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการกดสิว ร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ หรือเลเซอร์ก็ตาม ไม่ควรมาสก์หน้าเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและเกิดการอักเสบตามมาได้

6.ล้างหน้าทันทีหลังมาสก์หน้า
หลังมาสก์หน้าเสร็จไม่ควรเช็ดออกหรือล้างหน้าเพื่อกำจัดความเหนียวเหนอะหนะทันที แต่ควรนวดหน้าเบาๆ เพราะวิธีนี้ช่วยให้ครีมจากแผ่นมาส์กซึมซาบเข้าสู่ผิวได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม


7.ไม่บำรุงผิวหลังมาสก์หน้า
แม้การมาสก์หน้าช่วยบำรุงผิว ก็ควรทามอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มเติมหลังมาสก์หน้าด้วย เพราะเป็นการล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวได้นาน แถมยังช่วยทำให้ผิวแลดูอิ่มน้ำและสุขภาพดีอีกด้วย


8.ไม่ทาครีมกันแดดหลังมาสก์หน้าตอนเช้า
สำหรับสาวๆ ที่ชอบมาสก์หน้าในตอนเช้า ไม่ควรลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด เพราะแผ่นมาสก์หน้าส่วนใหญ่ไม่มีส่วนผสมของสารกันแดด ที่สำคัญครีมกันแดดคือไอเท็มสำคัญที่สาวๆ ควรใช้ในทุกวัน

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563

วิธีมาส์กหน้าใส ด้วยวิธีธรรมชาติ เห็นผลจริง

 


1.ผงโกโก้และซาวน์ครีม

การใช้ผงโกโก้กับซาวน์ครีม จะเป็นการช่วยขัดผิว เพราะผงโกโก้มีสารที่ช่วยบำรุงผิวในขณะที่ซาวครีมจะมีกรดจากธรรมชาติที่ไม่แรงจนเกินไป จึงช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการใช้ไม่ได้ใช้แค่เพียงผงโกโก้และซาวน์ครีมเท่านั้น แต่จะต้องมีการผสมน้ำผึ้ง และไข่ขาวไข่ไก่อีก 1 ฟองผสมรวมกันแล้วพอกหน้าเอาไว้ โดยสูตรนี้ห้ามแช่เกินกว่า 10 นาที เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

2.ไข่ไก่

การใช้ไข่ไก่มาร์คหน้าจะคล้ายๆ การใช้ไข่ขาวจากไข่ไก่ลอกผิวหน้า เพียงแต่วิธีนี้จะนำสำลีชุบไข่ขาวมาแปะเอาไว้บนผิวหน้ารอแค่เพียง 10 นาทีก็ล้างออก ในขณะที่การลอกสิวเสี้ยนจะต้องปิดไว้จนกระทั่งสำลีหรือกระดาษทิชชูที่จุ่มนั้นแห้งจึงดึงออก ซึ่งโปรตีนจากไข่จะช่วยบำรุงผิวจากภายนอกซึมซาบเข้าสู่ผิวภายใน เป็นการซ่อมแซมผิวที่สึกหรอช่วยให้หน้าของคุณขาวเนียนยิ่งขึ้น

3.ขมิ้นชันและน้ำผึ้ง

ใช้ขมิ้นชันครึ่งช้อนชากับน้ำผึ้งผสมให้เหลวแล้วนำมาพอกหน้าไว้ ขัดวนเบาๆ เพื่อเป็นการนวดหน้าไปในตัว ทิ้งเอาไว้ 10 นาทีเว้นรอบบริเวณปากและตา จะช่วยแก้ปัญหาสิวอักเสบ รอยสิวแดงดำทั้งหลายและช่วยผลัดผิวให้กระจ่างใสและได้ผิวที่ขาวเนียนอีกด้วย

4.กล้วย น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว

ใช้กล้วย 1 ผลผสมกับน้ำมันมะกอกและมะนาวครึ่งซีก บดผสมรวมกันคนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาทาทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่นล้างออก โดยน้ำจะต้องอุ่นกำลังพอดี ซึ่งจะช่วยล้างความสกปรกบนใบหน้าออกได้อย่างหมดจด และลดความมันได้ดีมากทีเดียว

5.แตงกวากับว่านหางจระเข้

สูตรนี้เป็นสูตรของสาวผิวแห้งที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นและยังเป็นการลดรอยต่างๆ บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี โดยให้นำน้ำแตงกวากับว่านหางจระเข้มาบดรวมกันให้เป็นเนื้อเดียว แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออก เท่านี้ใบหน้าของคุณก็จะมีความชุ่มชื้นทำให้ผิวสวยเด้งมากขึ้นแล้วล่ะ

สูตรการรักษาผิวที่เราได้นำเสนอไปนี้เป็นสูตรรักษาผิวที่คุณสามารถหาวัตถุดิบได้ง่ายๆ จากรอบข้างหรือจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องไปหาไกล แถมมีความปลอดภัยต่อผิว และได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย