แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566

แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย ผอมเร็ว หุ่นกระชับ เพียงรู้ช่วงเวลา

เคล็ดลับหุ่นดี หุ่นกระชับอีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้คือ ช่วงเวลาในการออกกำลังกาย วันนี้เราจึงมาแนะนำ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เป้าหมายการออกกำลังกาย สภาพร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

โดยทั่วไปแล้ว ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายมีดังนี้

  • การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไป ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยสามารถแบ่งเป็นการออกกำลังกายเบาๆ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายหนัก 75 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเวลาที่สะดวกและสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ

  • การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ควรออกกำลังกายอย่างหนักอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายอย่างเบาๆ 60 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเวลาที่ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ เช่น ตอนเย็นหลังเลิกงานหรือหลังทานอาหารเย็น

  • การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อม เช่น ตอนเย็นหลังเลิกงานหรือหลังทานอาหารเย็น

ข้อควรระวังในการเลือกช่วงเวลาออกกำลังกาย

  • ไม่ควรออกกำลังกายทันทีหลังจากรับประทานอาหาร ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาย่อยอาหาร

  • ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเข้านอน การออกกำลังกายอย่างหนักอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวและนอนหลับยาก

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ควรอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ

  • ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและป้องกันการบาดเจ็บ

  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนและหลังออกกำลังกาย

  • ควรฟังเสียงร่างกาย หากรู้สึกเหนื่อยหรือเจ็บ ควรหยุดออกกำลังกายทันที

จากข้อมูลข้างต้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายคือ ช่วงเวลาที่สะดวกและสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงเป้าหมายการออกกำลังกาย สภาพร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย

เครดิต https://www.sanook.com/women/243245/

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รวมท่าออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก เอวเอส สควอช และลดพุง ได้ผลแน่นอนทำตามนี้

 


รวมท่าออกกำลังกายลดน้ำหนัก
1 ท่าออกกำลังกายเอวเอส เป็นการออกกำลังกายลดน้ำหนัก ได้เห็นผล ใช้พื้นที่น้อย
  •  Russian Twist ลักษณะท่ามักคล้ายๆ การพายเรือ โดยเอนตัวเลื่อนข้างหลังเล็กน้อย และพับงอขาขึ้นมาให้เท้าลอยจากพื้น โดยเอามือประกบกันไว้ด้านหน้า เอี้ยวตัวไปทางซ้ายสุดและสลับมาขวาสุด แนะนำให้เกร็งหน้าท้องไว้ด้วยนะคะ และในท่านี้บอกเลยว่าเหมือนจะชิล ดูง่ายๆไม่เหนื่อยมาก แต่พูดเลยว่าปวดร้าวสุด ๆ โดนบริเวณหน้าท้องของเราแบบเต็ม ช่วยกำจัดไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องได้ดีมากค่ะ ท่านี้จะได้ด้านข้างลำตัว โดยที่เราจะทำทีละ 20 ครั้ง = 1 เซต แค่วันละ 3 เซตเท่านั้นค่ะ
  • Bicycle crunch มาเริ่มจากการนอนราบให้ด้านหลังส่วนล่างแนบพื้น โดยทำการใช้มือประสานหลังศีรษะ แล้วให้เริ่มยกขาขึ้นแล้วงอเข่าขวาชิดอกใช้ขาซ้ายขนานไปกับพื้น ทำการยกไหล่ขึ้นจากพื้น บิดเอี้ยวลำตัวแล้วหันศอกซ้ายไปทางเข่าขวา แต่ต้องไม่ดึงคอขึ้นมานะคะ และยืดขาซ้ายออก แล้วเปลี่ยนเป็นด้านตรงข้ามและทำซ้ำขั้นตอน ให้ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง/เซต แค่วันละ 3 เซตเท่านั้นค่ะ รับรองว่าเอวเอสแน่นอน
  • Flutter Kick ขั้นตอนแรก ทำการนอนหงายให้คัวราบบนที่นอนวางแขนขนาบข้างลำตัว แล้วเริ่มด้วยทำการเกร็งหน้าท้อง แล้วทำการยกขาทั้งสองข้างขึ้นค้างไว้ และแตะขาสลับขึ้นลง โดยที่ขาทั้งสองข้างไม่แตะพื้น เหยียดตรง ไม่งอเข่าทำจนครบ 15 ครั้ง นับเป็น 1 เซต ทำการวางขาลง ทำต่อเนื่อง 4 เซต
  • Plank ได้โดยเริ่มจาก การพลิกตัวนอนคว่ำ ตั้งข้อศอก ให้กว้างประมาณเท่าช่วงไหล่ เกร็งหน้าท้องส่วนสะโพก ยกตัวขึ้น พยายามให้ช่วงหลัง สะโพก และขา อยู่ในระนาบเดียวกันขนานกับที่นอน ค้างไว้ 30 วินาที แล้วผ่อนคลายลงพัก 10 วินาที นับเป็น 1 เซต ทำต่อเนื่อง 2 เซต หากกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นสามารถเพิ่มเวลาแพลงก์ให้นานขึ้นได้
  • Leg Raises เริ่มจากการ นอนหงายราบบนที่นอนวางแขนขนาบข้างลำตัว พร้อมเกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองข้างขึ้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุด และค่อยๆคลายกล้ามเนื้อ แล้ววางขาลงช้า ๆ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบ 15 ครั้ง นับเป็น 1 เซต และทำวนไปต่อเนื่องอีก 3 เซตค่ะ อาจจะปวดตัว แต่บอกเห็นผลสุดค่ะบอกเลย! 
  • Hip Bridge ให้นอนหงายราบบนที่นอน วางแขนขนาบข้างลำตัว พร้อมชันเข่าทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เกร็งหน้าท้องและก้น พร้อมยกลำตัว สะโพก และต้นขาขึ้น โดยที่แขนและบ่าทั้งสองข้างแนบกับที่นอน ให้เพื่อนๆยกค้างไว้จนรู้สึกตึงที่สุด แล้วคลายลง ให้ทำแบบนี้ซ้ำจนครบ 15 ครั้ง นับเป็น 1 เซต ทำต่อเนื่อง 4 เซต ค่ะ
ดูภาพประกอบทุกขั้นตอนได้ที่ https://www.sanook.com/women/194517/

การออกกำลังกายลดน้ำหนักด้วยวิธีการทำ สคอวช เพื่อกระชับต้นขา สามารถช่วยให้ต้นขาลดลงได้ เสริมเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ใช้พื้นที่เพียงในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก็สามารถทำได้ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา 
การออกกำลังกายเพื่อลดพุงส่วนล่าง ซึ่งเป็นปัญหาการลดน้ำหนัก ของหลายๆ คนคือ การมีพุง และจะลดได้จริงมั้ย ลองทำตามนี้

สายออกกำลังกายต้องมี เสื้อโยคะ สารพัดประโยชน์ แถมพกพาได้ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ รองนั่ง คุ้มที่สุด ต้องมีติดบ้าน
สั่งสินค้าโดยตรงกับทางร้านได้เลย Lazada/Shopee




ท่า V-UPs 

วิธีทำ
  1. เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนพื้น แล้วชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
  2. ออกแรงยกขาทั้งสองข้างและลำตัวช่วงบนขึ้นนั่งในท่ารูปตัว “ V ” พยายามยืดแขนให้นิ้วแตะเท้า
  3. ค่อยๆ คลายท่ากลับมาอยู่ในท่านอนราบอีกครั้ง
  4. ระหว่างที่ทำท่านี้ให้รักษากล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้มั่นคง และเหยียดขาตรงอยู่ตลอดด้วยค่ะ
ท่า Reverse Hip Raise

วิธีทำ
  1. สิ่งแรกที่ต้องทำคือนอนหงายลงบนพื้น โดยคว่ำฝ่ามือและวางมือทั้งสองข้างไว้ใต้สะโพก พร้อมงอเข่าขึ้นทำมุม 90 องศา
  2. พอจัดท่าทางเสร็จแล้วก็ให้ออกแรงยกสะโพกขึ้นจากพื้น แล้วเหยียดขาตรงขณะดึงขาเข้าหาหน้าอก
  3. จากนั้นก็ค่อยๆ ลดระดับขาทั้งสองข้างลงจนปลายเท้าใกล้แตะพื้น แล้วงอเข่าทำมุม 90 องศา และเริ่มทำตามสเต็ปเดิมซ้ำได้เลยค่ะ
ท่า Scissor Lifts 
วิธีทำ
  1. เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนพื้น คว่ำฝ่ามือลงและวางมือทั้งสองข้างไว้ใต้สะโพก
  2. ยกขาทั้งสองข้างขึ้นด้านบน เหยียดขาให้ตรง และปลายเท้าชี้ขึ้นไปยังเพดาน
  3. ออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว แล้วค่อยๆ ลดระดับขาขวาลงมา จนปลายเท้าห่างจากพื้น 2 - 3 นิ้ว ส่วนขาซ้ายเหยียดตรงอยู่เหมือนเดิม
  4. จากนั้นก็ยกขาขวากลับไปอยู่ที่เดิม แล้วสลับมาทำแบบเดียวกันกับขาข้างซ้ายได้เลยค่ะ
ท่า Double Crunch
วิธีทำ
  1. ท่านี้ก็ยังคงนอนหงายลงบนพื้นอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับยกขาและแขนทั้งสองข้างขึ้นสู่เพดาน
  2. จากนั้นก็ออกแรงเกร็งกล้ามหน้าท้อง เพื่อยกหัวไหล่และสะโพกขึ้นจากพื้น
  3. พยายามเหยียดแขนให้ปลายนิ้วใกล้ปลายเท้ามากที่สุด
  4. เสร็จแล้วก็ค่อยๆ คลายท่ากลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้น
ท่า Mountain Climbers
  1. สิ่งแรกที่ต้องทำคือการคว่ำตัวลงในท่าแพลงก์ โดยใช้ฝ่ามือและปลายเท้ายันพื้นรับน้ำหนักตัวเอาไว้ และวางฝ่ามือทั้งสองข้างให้อยู่ในระยะเดียวกับหัวไหล่
  2. เริ่มต้นด้วยการยกเท้าขวาขึ้นจากพื้น แล้วดึงหัวเข่าขวาเข้าหาหน้าอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  3. จากนั้นก็เหยียดเท้าขวากลับไปอยู่ในท่าเริ่มต้น แล้วสลับไปทำแบบเดียวกันกับขาซ้าย
  4. ถ้าอยากจะเพิ่มประสิทธิภาพของการออกกำลังกาย ก็แนะนำให้เคลื่อนไหวร่างกายให้เร็วขึ้นค่ะ
ท่า Boat Crunch
  1. เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนพื้น จากนั้นยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นจากพื้น แล้วงอเข่าให้ทำมุม 90 องศา
  2. ตามด้วยการยกร่างกายส่วนบนขึ้นจากพื้น แล้วเหยียดแขนตรงไปด้านหน้าแบบหงายฝ่ามือขึ้น
  3. บีบเข่าทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วค่อยๆ เหยียดขาออกช้าๆ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลัง โดยที่หัวไหล่และเท้าไม่แตะพื้น แล้วทำซ้ำสเต็ปเดิมเรื่อยๆ ต่อได้เลยค่ะ
Scissor Kicks
  1.  ท่านี้ให้เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนพื้น วางแขนไว้ข้างลำตัวหรือจะวางมือทั้งสองข้างไว้ใต้สะโพกก็ได้
  2. ออกแรงยกขาทั้งสองข้างขึ้นให้ห่างจากพื้น 2 - 3 นิ้ว แล้วไขว้เท้าสลับซ้าย - ขวาไปเรื่อยๆ
ขอบคุณเครดิตจาก https://www.sanook.com/women/189889/
 

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562

ผิวขาวสวย ด้วยการออกกำลังกาย 5 แบบนี้



5 เคล็ดลับออกกำลังกายยังไงให้ผิวสวยสมวัย ไม่แก่เร็ว
5 เคล็ดลับการออกกำลัง เพื่อผิวที่ขาวสวย กระชับ ทำง่ายๆ สามารถทำได้เองที่บ้าน

1.ไม่ควรเล่นเวทหักโหมเกินไป
การเล่นเวทเป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับสมส่วนก็จริง แต่หากคุณเล่นเวทด้วยการหักโหมมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกายลดน้ำหนักใหม่ๆ ร่างกายก็จะไปดึงเอาพลังงานในส่วนต่างๆ มาใช้เป็นจำนวนมาก จึงกลายเป็นสาเหตุว่าทำไมยิ่งเล่นหนักร่างกายและใบหน้ายิ่งโทรมหรือแก่ก่อนวัย
2.ไม่ควรคาร์ดิโอหนักเกินไป
การคาร์ดิโอ เป็นการออกกำลังกายลดน้ำหนักเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น วิ่งหรือปั่นจักรยาน แต่หากคุณคาร์ดิโอเกินความจำเป็น ก็อาจจะทำให้เกิดสภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เซลล์ต่างๆ ถูกทำลายลงด้วย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลังจากคาร์ดิโอแล้ว คุณจะพบว่าผิวพรรณสดใสและเต่งตึงน้อยลง

3.ควรออกกำลังกายให้หลากหลาย
บางครั้งการเข้ายิมเพื่อออกกำลังกาย หลายคนอาจจะเล่นเครื่องออกกำลังกายเพียงแค่เครื่องเดียว ซึ่งการเล่นเครื่องเดิมๆ นานๆ จะทำให้เกิดการเผาผลาญที่ไม่หลากหลาย ไม่เกิดการบริหารครบทุกส่วน ทำให้ไม่สามารถเบิร์นแคลอรี่ได้ตามต้องการ ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความไม่กระชับ ส่งผลให้ผิวหนังบางส่วนหย่อนย้อย ไม่กระชับสวยงามนั่นเอง


 ขายส่งสบู่หน้าใส


4.ไม่ควรออกกำลังแบบ Low-Impact เพียงอย่างเดียว
หลายคนมักจะคุ้นเคยกับการออกกำลังแบบ Low Impact ซึ่งเป็นการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่หลีกเลี่ยงแรงกระแทก หรือการออกแรงหนักๆ เช่น การเดิน, เล่นโยคะ, การสควอช ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้เพียงอย่างเดียว จะทำให้ร่างกายไม่เกิดความคล่องตัวเท่าที่ควรในการทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้ผิวพรรณอาจจะไม่กระชับขึ้นจากการเผาผลาญที่ครบถ้วน

5.หมั่นบริหารกล้ามเนื้อด้วย
การตั้งหน้าตั้งตาเบิร์นไขมันเพียงอย่างเดียว โดยไม่เคยบริการกล้ามเนื้อเลย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและเหี่ยวลง ดังนั้น หากต้องการได้ประสิทธิภาพจากการออกกำลังกายลดน้ำหนักสูงสุด ควรหมั่นบริหารกล้ามเนื้อบ้างเป็นดีที่สุด