แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครีมกันแดด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครีมกันแดด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567

หมดกังวลปัญหาผิวสองสี สีผิวไม่สม่ำเสมอ

สำหรับผิวสองสี ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้า ลำคอ หรือ ผิวกาย ซึ่งมองว่าเป็นปัญหา ดูแล้วไม่สะอาดตา ทำให้หลายๆ คนเกิดความกังวลใจ กับสีผิว วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาให้ผิวสองสี กลับเป็นสีผิวที่ขาวกระจ่างใส เสมอกันได้ มาดูกันเลย

วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าและผิวกาย สองสี

ปัญหาผิวสองสีนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น แสงแดด ฮอร์โมน การอักเสบของผิว หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ ซึ่งสามารถแก้ไขได้หลายวิธี ดังนี้

1. ป้องกันแสงแดด

แสงแดดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวคล้ำเสียและเกิดจุดด่างดำ ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออก

2. ใช้สกินแคร์บำรุงผิว

เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี Niacinamide, Alpha Arbutin หรือ Tranexamic Acid ซึ่งช่วยลดเลือนจุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

3. ผลัดเซลล์ผิว

การผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส ควรใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีความอ่อนโยน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง ควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว

5. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผักผลไม้ الحم citrus fruits

6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ผิวหมองคล้ำ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-9 ชั่วโมง

7. เลเซอร์

หากปัญหาผิวสองสีนั้นรุนแรง สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาด้วยเลเซอร์

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง
  • ทดสอบผลิตภัณฑ์บนผิวหนังบริเวณท้องแขนก่อนใช้
  • ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากมีอาการแพ้หรือระคายเคือง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

แนะนำเรื่องน่ารู้การดูแลผิวหน้า และ ผิวกาย

> 5 วิธีทำให้ผิวขาวกระจ่างใสง่าย ออกแดดแค่ไหน ก็ไม่กลัวคล้ำเสีย

> 5 วิธีแก้ปัญหาผิวสองสี ปรับสมดุลผิวให้ขาวใส ปลอดภัย ไร้กังวล

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สิ่งที่ควรทำทุกเช้า เพิ่มพลังบวกให้กับร่างกาย


จริงมั้ยค่ะที่ทุกเช้าวันใหม่คุณเริ่มต้นชีวิตของคุณ นับตั้งแต่ตื่นนอน งัวเงียลุกขึ้นนั่งบนที่นอนแล้วล้มตัวลงนอนต่อ เดินหลับตาเข้าห้องน้ำ หรือ รีบตื่นเพราะมารู้สึกตัวว่าสายแล้ว เลยต้องทำทุกอย่าง อย่างรีบเร่งสุดท้ายวันนั้นจบลงด้วยความพังพินาศทั้งวัน

ถ้าไม่อยากให้รู้สึกว่าวันแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ลองกลับไปปรับนิสัยในยามเช้า ให้เป็นนิสัยดีๆ 8 ข้อกันดูถึง แม้คุณอาจจะต้องตื่นเช้าหน่อย แต่นิสัยเหล่านี้จะทำให้คุณได้เจอแต่เรื่องดีๆ ไปทั้วัน ทำอะไรได้มาขึ้น ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จได้แบบสบายๆ

1. อันดับแรกเมื่อตื่นนอน คือ การเก็บที่นอนให้เรียบร้อย เป็นการจัดการเรื่องเล็กๆ ให้เป็นนิสัย แต่จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความรู้สึกภูมิใจ การทำกิจกรรมอะไรเล็กๆน้อย ที่เป็นการสร้างนิสัย จะทำให้การทำงานเล็กๆน้อยๆ ของแต่ละวันค่อยๆประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

2. ดื่มน้ำทุกเช้า เป็นน้ำเปล่า และ จะตามด้วย น้ำมะนาว ที่คั้นสดเก็บไว้ก็ช่วยให้สุขภาพดี เพียงตื่นเช้ามาทำก็ทำให้สุขภาพดีขึ้น ซึ่งการดื่มน้ำทุกเช้าให้เป็นนิสัย เพราะการนอนยาว 6-7 ชั่วโมงนั้นร่างกายขาดน้ำเป็นระยะเวลานานพอสมควร การดื่มน้ำหลังจากตื่นนอนให้ได้ 2 แก้วจะทำให้ร่างกายของคุณกลับมาสดชื่นขึ้น และ ระบบเผาผลาญภายในร่างกายจะทำงานได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของคุณได้ เชื่อหรือไม่ว่าการดื่มน้ำนั้นช่วยลดความกดดัน และ ความเครียดที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้ทั้งวัน

3. ยืดเหยียด บิดขี้เกียจในทุกเช้า จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี กระตุ้นอวัยวะของร่างกาย นอกจากนี้การยืดเหยียดทุกเช้ายังทำให้ร่างกายหลั่งสาร เซโรโทนิน และ เอนโดฟิน ที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึก และ ความสุข โดยสารทั้งสองตัวนี้ช่วยให้สมองได้ต่อสู้กับอาการซึมเศร้า

4. ทำใจให้สงบนั่งสมาธิในช่วงเช้าของทุกวันอาจจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เป็นผลดีต่อร่างกายได้ทั้งวันเพราะการกำหนดลมหายใจและจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ในทุกเช้าจะทำให้คุณมองเห็นสิ่งที่จะทำในแต่ละวันชัดขึ้น

5. สิ่งสำคัญมากอีกอย่างคือเขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน หลังจากฝึกฝนสมาธิ และ จิตใจตัวเองได้ดีแล้วอีกสิ่งที่ควรทำให้เป็นนิสัยในยามเช้าคือ จดสิ่งที่คุณต้องทำตลอดทั้งวันลงไปในกระดาษ เพราะจะทำให้คุณได้เรียงลำดับความสำคัญในการทำงานและกิจกรรม รวมไปถึงยังได้เห็นว่าต้องทำงานอะไรและต่อด้วยงานอะไร เมื่อจบวันคุณจะรู้สึกว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่คุณสามารถทำงาน หรือ ภาระที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงไปได้มากเลยทีเดียว

6.กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์
อีกหนึ่งข้อสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีคือ อาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่สุด และ อาหารเช้านั้นควรเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่า หากคุณกินอาหารเช้าภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากตื่นนอน จะช่วยเพิ่มน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะช่วยให้คุณอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด หรือ หัวร้อนง่าย ขณะเดียวกันอาหารเช้า ควรจะให้สารอาหารได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นไข่ โยเกิร์ต ถั่ว หรือ ผลไม้ เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งต่อการเริ่มต้นวันใหม่

7. อย่าเพิ่งรีบเช็คโทรศัพท์
ทุกวันนี้กิจวัตรประจำวันเมื่อตื่นเช้า ของคนส่วนใหญ่คือการหยิบโทรศัพท์ มานั่งเช็คโซเชียลมีเดียว่ามีใครส่งข้อความหรือ กดไลค์ข้อความของคุณบ้างหรือไม่ จากนั้นก็จะคอยเช็คดราม่า ในโซเชียล แล้วก็เสียเวลาอยู่กับการนั่งเช็คเรื่องราวต่างๆในโซเชียลจนผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้นของให้เลิกเสีย และ พยายามเปลี่ยนนิสัยนี้ให้เร็วที่สุด

สรุป

ขอเพียงตื่นเช้าขึ้นอีกหน่อย และ ฝึกฝนนิสัยเหล่านี้ให้ตัวเอง ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เลยว่าชีวิตรู้สึกอิ่มเอม สดชื่น สดใส ไม่เบื่อหนายกิจกรรมระหว่างวัน


วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

วิธีแก้ปากดำ ตาโปนคล้ำ ที่สาวๆ ต่างมองข้าม

ปากดำ ตาคล้ำ แต่งหน้าไม่สวย เป็นปัญหาที่ช่างแต่งหน้าส่วนมากต้องเจอ ไม่ว่าจะผิวดี ผิวขาว แค่ไหน แต่ก็มีที่ ปากดำคล้ำ ทาสีลิปสติกแล้วผิดเพี้ยน ทาสีเปลือกตาแล้วผิดเพี้ยน มาเลือกวิธีดูแลผิวแบบง่าย ๆ เพียงข้อเดียว คือทุกครั้งที่ทาครีมกันแดด จะต้องทาที่ริมฝีปาก และ รอบดวงตาด้วย ทุกครั้ง เพื่อป้องกันแสงแดด ที่ทำให้ผิวบริเวณนี้ดำคล้ำกว่าส่วนอื่นๆ



>> ผลที่ได้จากการทากันแดด ด้วยวิธีนี้อย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ ทาลิปสติกสีไม่เพี้ยน ปากไม่ดำหมองคล้ำ ทาสีเปลือกตา สวยไม่ผิดเพี้ยน

แนะนำ ครีมกันแดด >> https://www.chivalabcare.com/category/1/

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

มือใหม่หัดดูแลผิว ด้วยสกินแคร์ ใส่ได้จริง ขาวได้จริง

สวัสดีคะ วันนี้มาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการใช้สกินแคร์ ดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะลืม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก่า ถ้างานยุ่ง เวลาน้อย ไม่รู้จักคำว่า สกินแคร์ คืออะไร จำเป็นหรือไม่ ทำไมต้องใช้ ไม่ใช้ได้มั้ย แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป ผิวหน้า ผิวกาย เราเปลี่ยนไป ผิดแผกแตกต่างจากคนรอบข้าง เราจะเริ่มมานึกถึงวิธีรักษา ทำยังไงนะ ซื้อนั่นนี่มาสารพัด แต่กลับไม่ได้ผล ยิ่งวัยรุ่น วัยสิว หากไม่ระวัง คืนเดียวตื่นขึ้นมาพร้อมเม็ดอะไรไม่รู้ เค้าเรียกว่า สิว แน่เลย เต็มหน้า อยากจะร้องไห้

เริ่มก่อน ก็สวยก่อนนะคะ

ขั้นตอนแรกที่เคยบอกกันมาตลอดคือการล้างผิวหน้า สำหรับการล้างผิวหน้าหน้าในตอนเช้า ไม่มีอะไรมาก หากผิวหน้าเราไม่ใช่คนผิวมากๆ เลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรที่เป็นเคมี มากๆ ในการล้างผิวหน้า เพียงสบู่อ่อนๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลผิว ให้กระทบกับความนุ่มชุ่มชื้น และ น้ำมันใต้ชั้นผิวให้น้อยที่สุด



สำหรับการล้างผิวหน้าในช่วงเย็น ให้เน้นเป็นพิเศษ ว่าต้องสะอาด ต้องเช็ดเครื่องสำอาง สิ่งตกค้างให้หมด ก่อนที่จะลงสกินแคร์กับผิว

ขั้นตอนที่ 2  การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับปรับสภาพผิวหลังการล้างหน้าเช้า-เย็น (Toner)
โดยนำมาเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วใบหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างตามรูขุมขนอีกครั้ง และเป็นการช่วยปรับสภาพผิวหลังการล้างหน้าให้เปิดพร้อมรับการบำรุงจากครีมในลำดับต่อไป
ขั้นตอนที่ 3  การฟื้นฟูและผลัดเซลล์ผิว (Treatment)
โดยควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของสภาพผิว อย่างเช่น การมาส์กหน้า หรือการบำรุงผิวเฉพาะจุด อย่างเช่น การทายาเพื่อรักษาสิวหรือเพื่อลด กระ จุดด่างดำบนใบหน้า แต่ต้องใช้ให้ถูกเวลาด้วยนะคะว่าเหมาะสำหรับกลางวันหรือกลางคืน
ขั้นตอนที่ 4  ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา (Eye Cream)
เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและแห้งง่ายกว่าจุดอื่นๆ จึงทำให้เกิดริ้วรอยและหมองคล้ำได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้ครีมที่มีความอ่อนโยนและเป็นครีมที่ใช้บำรุงเฉพาะจุดนวดคลึงเบาๆ เพื่อการบำรุงอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้นนะคะ
ขั้นตอนที่ 5  ใช้ครีมบำรุงผิวเช้า-เย็น
ด้วยการทาครีมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับการดูแลตามช่วงเวลาอย่างเช่น Day Cream หรือ Night Creamให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นประจำ โดยการเริ่มจากครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อครีมเบาบางก่อนเป็นลำดับแรกแล้วจึงค่อยตามด้วยครีมบำรุงที่มีเนื้อเข้มหรือหนาขึ้นตามลำดับนะคะ

เผยผิวสวยกระจ่างใสกับขั้นตอนง่ายๆ ในการลงสกินแคร์อย่างถูกต้อง
ครีมบำรุงผิว ขาวใส เคล็ดลับดูแลผิว
ขั้นตอนที่ 6  ใช้ครีมกันแดด (Sunscreen)
เพื่อเป็นการปกป้องผิวหน้าเราจากรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดอันเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำและการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกจากบ้านทุกครั้งด้วยนะคะ


วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

ครีมกันแดด ยอดนิยมในร้านขายยาญี่ปุ่น

ครีมกันแดดที่ึขึ้นชื่อ ยอดนิยม ก็ขอยกให้ญี่ปุ่นเค้าเลยนะคะ แต่เราจะเลือกตัวไหนหละ เอาเป็นว่าเรามาส่องกันดีกว่า ว่าร้านขายยาในญี่ปุ่นเค้าขายครีมกันแดดอะไรกันบ้าง


1. Skin Aqua Tone Up UV Essence SPF50+ PA++++

ยกให้เป็นครีมกันแดดในดวงใจของสาวๆ หลายคน และยังคงเป็น ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 น่าใช้ สำหรับ Skin Aqua Tone Up UV Essence ด้วยเนื้อครีมสีม่วงอ่อนๆ เป็นกันแดดกึ่งเมคอัพเบส ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50+ และ PA++++ นอกจากจะช่วยปกป้องผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวด้วยส่วนผสมของไฮยารูลอนและวิตามินซี ให้ผิวสวยสุขภาพดี เนื้อครีมบางเบา ทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ และช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสทันทีที่ทา

ค่าการป้องกัน : SPF50+ และ PA++++

ราคา : 740 เยน หรือประมาณ 220 บาท
2. Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+/PA++++

มากันที่อีกหนึ่งแบรนด์ดังที่มีครีมกันแดดรุ่นยอดฮิตติดใจสาวๆ ออกมาให้ใช้กันเสมอ หลอดสีฟ้าสดใสนี้ก็คือ Biore UV Aqua Rich Watery Essence ครีมกันแดดจากบีโอเร สูตรน้ำ เนื้อเอสเซ้นส์ ที่ให้ความรู้สึกบางเบาสบายผิวสุดๆ เนื้อไม่มันเหนอะหนะด้วยนวัตกรรม UV Aqua Jelly Capsule พร้อมช้วยปกป้องรังสี UV มี SPF 50+ และ PA++++ สามารถทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้เลย

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 698 เยน หรือประมาณ 200 บาท
3. ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+/PA++++

ใครผิวมัน จัดตัวนี้เลยจ้า กับ ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 จาก Shiseido แบรนด์ดังในตำนานที่สาวๆ มั่นใจในประสิทธิภาพกันแดดมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk รุ่นใหม่นี้เป็นสูตรน้ำนม เนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยเทคโนโลยี Aqua Booster EX กันเหงื่อและกันน้ำ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ด้วยเนื้อครีมที่ทาง่าย คุมมันได้ดี พร้อม SPF 50+ และ PA++++ มาในขวดสีทองสวยหรู สังเกตดีๆ รุ่นใหม่นี้ที่ฝาด้านบนจะเป็นสีฟ้านะจ๊ะ

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 2,480 เยน หรือประมาณ 710 บาท

4. ALLIE Extra UV Facial Gel SPF50+ PA++++

ยกให้เป็น ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 น่าใช้อย่างต่อเนื่องกับ ALLIE Extra UV Facial Gel ครีมกันแดดเนื้อเจลบางเบาจาก Kanebo ที่กันทั้งเหงื่อและน้ำ ติดทนนาน ทาตัวนี้ก่อนแต่งหน้ายังช่วยให้รองพื้นติดทนด้วยนะ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วย SPF50+ และ PA++++ อีกทั้งยังมีส่วนผสมของเอสเซนส์บำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื่น ใครไป ทัวร์ญี่ปุ่น ต้องจัด!!

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 2,100 เยน หรือประมาณ 600 บาท
5. Kose Cosmeport Suncut UV Protect Spray Fruity Floral SPF50+ PA++++

ปิดท้ายกันที่ ครีมกันแดด ญี่ปุ่น 2019 แบบสเปรย์กันบ้าง Kose Cosmeport Suncut UV Protect Spray Fruity Floral ที่มาในขวดสเปรย์สีเงิน-ทอง เป็นสเปรย์กันแดดที่ใช้งานง่ายและสะดวกพกพามากๆ ข้อดีของแบบสเปรย์ก็คือไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่เป็นคราบ ปกป้องผิวด้วย SPF50+ และ PA++++ แถมรุ่นนี้ยังราคาน่ารักสุดๆ พกติดกระเป๋าไว้เลยค่ะ

ค่าการป้องกัน : SPF 50+, PA++++

ราคา : 498 เยน หรือประมาณ 145 บาท
ข้อมูลจาก https://www.sanook.com/women/136297/

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

7 ครีมกันแดด กันน้ำ สำหรับหน้าร้อนนี้

"7 ครีมกันแดดกันน้ำ" ราคาไม่เกินพัน ร้อนเหงื่อชุ่มแค่ไหน ก็ยังสวยรอด
อากาศร้อนแรงมากทั้งประเทศ อยากแนะนำการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสม เวลานี้ กันแดดจะต้องกันน้ำ เพราะเหงือเราจะไหลพลั่งพลูดุจอาบน้ำทีเดียว แถม โดนแสง แค่ 2 วินาที หน้าเทามาก ณ จุดนี้ อากาศชั่งไม่เป็นใจกับความสวยของเราเลย แต่เราต้องไม่หยุดความสวยเพียงแค่นี้ ลองใช้ตามกันดูนะคะ
1 Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++


คุณสมบัติ : กันแดดขายดีอับดับ 1 ของญี่ปุ่น 18 ปีซ้อน เป็นสูตรเนื้อน้ำนม มีเทคโลโลยีเด็ด ที่เวลาเจอน้ำ เจอเหงื่อจะยิ่งเพิ่มการปกป้องแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งผิวหน้า ผิวกาย เป็นเมคอัพเบส ช่วยให้แต่งหน้าเรียบเนียนติดทนนาน พร้อมด้วยสารบำรุงผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านจากผิวที่โดนแสงแดดทำร้าย 

เนื้อครีม : สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา สบายผิว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ราคา : 815 บาท


2 Dermaction Plus by Watsons Advanced Sun Solar Barrier Invisible Balm SPF50+ PA+++


คุณสมบัติ : ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพสีผิวใบหน้าผสมสารป้องกันแสงแดดสูตรกันน้ำ กันรังสี UVA UVB รังสีความร้อน และรังสีจากแสงสีฟ้า ซึ่งรังสีเหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอย และทำให้เกิดจุดด่างดำ ความหมองคล้ำบนใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง และแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบการระเคืองต่อผิว โดยสถาบันชั้นนำเดิร์มสแกนเอเชีย
เนื้อครีม : เนื้อบาล์มบางเบา ซึมซาบรวดเร็ว ให้ความชุ่มชื้นสูงมาก ช่วยปกปิดริ้วรอยตื้นๆ โดยไม่ทิ้งคราบขาว ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
ราคา : 580 บาท





3 Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++


คุณสมบัติ : กันแดดสูตรน้ำ ให้การปกป้อง UVA สูงสุด ไม่ให้ทำร้ายคอลลาเจน ผิวไม่แก่ก่อนวัย ผิวไบร์ท ไม่หมองคล้ำ ด้วย SPF50+ ปกป้อง UVB สูงสุด สาเหตุของผิวคล้ำเสีย และฝ้า กระ จุดด่างดำ ปกป้องผิวได้ต่อเนื่องและยาวนาน ด้วยสูตรพิเศษ กันน้ำ กันเหงื่อ
เนื้อครีม : เนื้อเอสเซ้นส์ สำหรับผิวหน้าและลำคอ ให้ความบางเบาสุดๆ ทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ เมคอัพเดิมไม่ลบเลือน ไม่เป็นคราบ ไม่มันเหนอะหนะ
ราคา : 499 บาท




4 D Program Allerdefense Cream SPF37 PA+++


คุณสมบัติ : ปกป้องผิวบอบบางแพ้ง่ายจากรังสี UVA/UVB อนุภาคฝุ่น ควัน มลภาวะ ในอากาศ พร้อมมอบความชุ่มชื่น แก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านระหว่างวัน ปกป้องผิวบอบบางจากมลภาวะในอากาศ และปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเกสรดอกไม้ อนุภาคของฝุ่น หรือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่ำ 2.5 ไมครอน ปราศจากส่วนผสมของกันแดดทางเคมี อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบางแพ้ง่าย เด็ก 48 วันก็สามารถใช้ได้
เนื้อครีม : เนื้อครีมเนียนละเอียด เกลี่ยง่าย ผิวชุ่มชื้นยาวนาน ใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้า ช่วยทำให้รองพื้นติดทนนานขึ้น ไม่ลอกระหว่างวัน
ราคา : 990 บาท


5 Nivea Sun Body Daily Protect Whitening Sun Serum SPF50 PA+++





คุณสมบัติ : กันแดดทาตัวเนื้อเซรั่มที่ให้มากกว่าการปกป้อง แต่ยังช่วยฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอเพื่อผิวดูขาวกระจ่างใส ทั่วเรือนร่างอย่างเป็นธรรมชาติ ปกป้องแดดที่ทำร้ายผิวลึก ถึงระดับคอลลาเจน ปราศจากสารเคมี บำรุงผิวให้ดูขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่าง ไม่กลับมาคล้ำเสีย ด้วยสารสกัดจากวิตามินซีเข้มข้น 50 เท่า และสารสกัดจาก Acerola Cherry
เนื้อครีม : เนื้อบางเบา สบายผิว เหมาะสำหรับใช้ทุกวัน
ราคา : 239 บาท

6 Banana Boat Simply Protection Sport Lotion SPF50+ PA++++
คุณสมบัติ : ครีมกันแดดสำหรับกลางแจ้งและเล่นกีฬา ป้องกันรังสี UVA/UVB กันน้ำเเละเหงื่อดีเยี่ยม, สารเคมีน้อยลง 25%, ไม่มีอ๊อกซี่เบนโซน, พาราเบน, น้ำมันและน้ำหอม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการครีมกันแดดที่อ่อนโยนจากสารเคมี
เนื้อครีม : โลชั่นกันแดด เนื้อครีมบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาซ้ำได้ตลอดทุกๆ 2 ชั่วโมง 
ราคา : 275 บาท



7 L’Oreal UV Mat & Fresh SPF50+ PA++++


คุณสมบัติ : ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าผสมสารป้องกันแสงแดด สูตรควบคุมความมัน ช่วยให้หน้าไม่มัน ไม่เยิ้มตลอดทั้งวัน ชุ่มชื้น 24 ชม. ป้องกันสาเหตุของการเกิดสิวก่อนวัย  ปกป้องผิวจากรังสี UVA รังสี Long UVA อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัยและรังสี UVB อันเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำได้ 50 เท่า ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส รูขุมขนดูกระชับขึ้น
เนื้อครีม : เนื้อครีม เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว
ราคา : 279 บาท
ข้อมูลจาก >> https://www.sanook.com/women/135929/




วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562

การเลือกครีมกันแดด



   "ครีมกันแดด" กับเรื่องที่คนไทยอาจเข้าใจผิดมาตลอด
การเลือกครีมกันแดด

แนะนำการเลือกครีมกันแดด

>> ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีควรปกป้องผิวได้ทั้งรังสี UVA-I, UVA-II และ UVB
>> แดดเมืองไทยแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF 30-50 ,PA มากกว่า 3+ หรือ PPD มากกว่า 10
ในโลกนี้ไม่มีผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ ที่กัน UVA และ UVB ได้สมบูรณ์แบบ 100% การทาผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการป้องกันความเสียหายของ DNA ที่ผิวเรา สิ่งที่ควรทำไปควบคู่กันไป คือการหลีกเลี่ยงแสงแดด
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ไม่ค่อยมีความหลากหลายในการตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้บริโภค ซ้ำยังพบปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สูงๆ หลังทาจะรู้สึกเหนียว เหนอะหนะ ทำให้ผิวมัน เกิดสิวตามมา สารกันแดดชนิดสะท้อนหรือหักเหแสง (Physical Sunscreen) ทำให้สีผิวหน้าลอยขาวหรือหน้าวอก อีกทั้งสารกันแดดรุ่นเก่ายังไม่มีความเสถียรพอที่จะปกป้องรังสียูวีได้ยาวนาน ปัญหาฝ้า กระ รอยดำ จึงไม่ลดลง แม้จะทาไปในปริมาณมากและสม่ำเสมอ
ในปัจจุบัน นับเป็นความโชคดีที่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงแก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์กันแดดที่ผ่านมา จนเริ่มเป็นที่ยอมรับและใช้กันแพร่หลายมากขึ้น มาลองอัพเดท 3 Tips การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแบบครอบคลุมและเจาะลึกกัน

3 Tip ควรรู้


1. ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีควรปกป้องผิวได้ทั้งรังสี UVA-I, UVA-II และ UVB
แสงยูวีที่จะก่ออันตรายต่อผิวหนังจะประกอบด้วยรังสี UVA I และ UVA II มีอำนาจทะลุทะลวงสูงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดการทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยย่น ความหย่อนคล้อย กระ และมะเร็งผิวหนัง โดยที่รังสี UVA I หรือ Long UVA มีอำนาจทะลุทะลวงสูงที่สุด  ส่วนรังสี UVB มีอำนาจทะลุทะลวงผิวหนังน้อยกว่า จึงเข้าสู่ชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดฝ้า ผิวคล้ำ ผิวไหม้จากแดด (sunburn )
Sunscreen หรือสารกันแดดที่ผสมในผลิตภัณฑ์ แบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามคุณสมบัติคือ
Physical Sunscreen สารกันแดดแบบฟิสิคัล ทำหน้าที่เหมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนหรือหักเหรังสี UV ออกไปจากผิว สารในกลุ่มนี้มีอยู่สองตัวคือ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide (ปกป้องผิวจากรังสี UVA-I,UVA-II,UVB ได้)
Chemical Sunscreen สารกันแดดแบบเคมีคัล ทำหน้าที่ดูดซับรังสีไม่ให้ทะลุผ่านไปยังผิวหนังได้ เป็นสารกันแดดที่พบได้ทั่วไป (ปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ทุกตัว แต่การปกป้องจากรังสี UVA-I, UVA-II แตกต่างกันไป)
Hybrid Sunscreen สารกันแดดแบบผสม มีคุณสมบัติทั้งสะท้อนและดูดซับรังสีในตัวเอง เช่น Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylphenol หรือ Tinosorb M (ปกป้องผิวจากรังสี UVA-I,UVA-II, UVB ได้)
Sunscreen หรือสารกันแดดทุกตัว สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ทุกตัว แต่จะป้องกันรังสี UVA-I และ UVA-II ได้ครบหรือไม่นั้น นอกจากคำชวนเชื่อที่ผลิตภัณฑ์อ้างที่ตัวบรรจุภัณฑ์ เราสามารถดูสารกันแดดที่ปกป้องได้ครบถ้วน ว่าสารเหล่านี้มีในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้หรือไม่
สารที่ป้องกันผิวจากรังสี UVA ได้ครบทั้ง UVA-I ,UVA-II และ UVB ก็คือ Titanium Dioxide ,Zinc Oxide ,Butyl Methoxydibenzoylmethane (Avobenzone) ,Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine (Tinosorb® S), Drometrizole TriSiloxane (Mexoryl® XL), Terephthalylidene Dicamphor Sulfonic Acid (Mexoryl® SX) ,Methylene Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylphenol (Tinosorb® M)
2. ค่าในการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ต้องสูงเข้าไว้
มาตรฐานทั่วโลกที่ใช้วัดค่าการป้องกันรังสี UVB คือ SPF (Sun Protection Factor)
> ค่า SPF 30 หากกล่าวแบบง่ายๆ หมายถึงผลิตภัณฑ์ตัวนั้นสามารถป้องกันรังสี UVB ได้มากกว่าปกติ 30 เท่า สมมติถ้าเราไปตากแดด 15 นาทีผิวถึงจะเริ่มไหม้แสบแดง การที่ทา Sunscreen ที่มี SPF 30 ก็จะอยู่กลางแดดได้นานขึ้นอีก 30 เท่า นั่นก็คือ 450 นาที (15 x 30 = 450) หรือประมาณ 7 ชั่วโมง หากเราเราอยู่กลางแดดนานเกินกว่านี้ก็ควรทาซ้ำ
> สิ่งที่ควรทราบคือ เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ในปริมาณ 1/2 ช้อนชา ทาให้ทั่วใบหน้าหรือลำคอเพื่อที่จะได้ค่า SPF ตามที่ระบุเอาไว้บนฉลาก (ส่วนตามร่างกายประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะสำหรับแขนและขา)
> ที่ SPF 30 ป้องกันรังสี UVB ได้ 97% ในขณะที่ SPF มากกว่า 50 ป้องกันได้ 98% ซึ่งแตกต่างกันเพียง 1% จึงอาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ ซึ่งมักเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดว่าค่า SPF ยิ่งสูง ยิ่งดี ในเมืองไทยจึงอนุญาตให้เคลมได้ที่ SPF50 หากมากกว่านั้น ผลิตภัณฑ์จะระบุว่า SPF50+
> สำหรับแดดที่ร้อนระอุในเมืองไทย และ UV Index แรงขนาดนี้ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี SPF มากกว่า 30 ขึ้นไป

มาตรฐานที่ใช้วัดค่าการป้องกันรังสี UVA

ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการวัดค่าการป้องกัน UVA ที่พบได้บ่อยเราจะเห็นมี PPD กับ PA (+)
  • PPD (Persistent Pigment Darkening) ค่า PPD นั้นใช้บอกว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นจะช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้มากกว่าปกติกี่เท่า ซึ่งเราจะพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุค่า PPD ได้จากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในยุโรปหรือผลิตเพื่อจำหน่ายในยุโรป หากจะเลือกใช้ แนะนำให้เลือกที่ PPD มากกว่า 10 ขึ้นไป
  • PA (+) หรือ Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกัน UVA ซึ่งริเริ่มโดยสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2006 โดยมีหลักการดังนี้
          >> PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA เริ่มต้น
          >> PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง
          >> PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
          >> PA++++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด
สำหรับแดดเมืองไทย ควรเลือกที่ PA มากกว่าหรือเท่ากับ 3+ ( PA+++, PA++++)
3. หากผิวแพ้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหน 
สำหรับผิวแพ้ง่าย หรือผิวเด็กนั้น มีหลักการดังนี้
>> เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกันแดดอย่าง Zinc Oxide และ Titanium Dioxide (กลุ่ม Physical Sunscreen) เพราะไม่ตกค้างหรือดูดซึมสู่ผิว และอุดตันรูขุมขนน้อย
>> เลี่ยงน้ำหอม Fragrance Oil โดยเฉพาะน้ำมันจากลาเวนเดอร์ (Lavender oil) น้ำมันจากพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด (Citrus Oil) เพราะทำให้ผิวระคายเคืองง่าย เมื่อโดนแดด ทางที่ดีมองหาสูตรปราศจากน้ำหอมที่บอกว่า Fragrance Free หรือ Perfume Free ดีที่สุด
>> เลี่ยงสูตรที่ผสมแอลกอฮอล์ (Alcohol) เพราะสามารถก่อให้เกิดอนุมูลอิสระกับผิวได้ และก่อให้เกิดความระคายเคืองได้ในผิวแพ้ง่าย
>> เราควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สารกันแดดชนิดเคมีคัลเซตตัวกับผิว (ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีเพียงสารกันแดดฟิสิคัล ก็สามารถออกแดดได้เลย)
>> หากเราต้องทำกิจกรรมที่โดนน้ำหรือเป็นคนมีเหงื่อออกมากก็ต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Water Resistance (กันแดดได้ 40 นาทีหากว่ายน้ำ) / Very Water Resistance (กันแดดได้ 80 นาทีหากว่ายน้ำ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสารกันแดดแบบเคมีคัล สูตรแบบกันน้ำ ส่วนมากมักทำให้หน้าดูมันเงาเนื่องจากผลิตภัณฑ์สร้างชั้นฟิลม์ที่สามารถทนน้ำได้หากเราไม่ได้มีกิจกรรมทางน้ำ จึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ แต่ถ้าใครมีกิจกรรมทางน้ำ แนะนำให้ทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงหากเป็นไปได้
>> เลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Cream, Lotion, Gel , Spray ถ้าคนผิวหน้ามันง่ายควรเลือกสูตร Gel หรือ Spray แต่ถ้าจะมีกิจกรรมทางน้ำเลือกแบบครีมเข้มข้นจะเหมาะกว่า เพราะแบบอื่นๆ จะไม่เสถียรและหลุดง่าย แม้ว่าจะเคลมว่ากันน้ำได้ดี
>> สำหรับสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า อาจพบปัญหาผลิตภัณฑ์กันแดดไม่เข้ากันกับรองพื้นหรือแป้งแต่งหน้า แนะนำให้ซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดขนาดเล็กมาทดลองก่อน เพื่อหายี่ห้อที่เหมาะสมกับเครื่องสำอางที่เรามี
>> ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์กันแดดที่ผสมสารปรับสีผิวให้กระจ่างใส หรือสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ใครที่อยากมีผิวกระจ่างใส ผิวหน้าเด้งไปนานๆ พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดก็สามารถเลือกได้
>> ผลิตภัณฑ์กันแดด ห้ามแช่เย็น เพราะการแช่เย็น จะทำให้ประสิทธิภาพการกันแดดของสารกันแดดกลุ่มเคมีคัล (Chemical Sunscreen) ลดลง เนื่องจากเกิดการตกผลึกของสารกันแดดแยกชั้นออกจากส่วนผสม แนะนำให้เก็บในอุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อน หลีกเลี่ยงแสงแดดในบริเวณที่เก็บ หากหมดอายุควรทิ้ง อย่าเสียดาย
สิ่งสำคัญที่อยากบอกไว้คือ ในโลกนี้ไม่มีผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ ที่กัน UVA และ UVB ได้สมบูรณ์แบบ 100% และการทาผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการป้องกันความเสียหายของ DNA ที่ผิวเรา สิ่งที่ควรทำไปควบคู่กันไป คือการเลี่ยงแดดในช่วง 11.00-13.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของรังสี UV มากที่สุด กางร่มหรือหลบแดดเท่าที่ทำได้ และควรสวมแว่นตากันแดดที่มีการเคลือบสารกรองรังสี UV เพื่อปกป้องดวงตาเป็นประจำด้วย
ข้อมูลต้นฉบับ >> https://www.sanook.com/health/15701/