แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาการคนท้อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาการคนท้อง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

17 อาการคนท้องระยะแรก 1-2 สัปดาห์ หากมีอาการเหล่านี้ท้องรึยัง?

เช็กอาการคนท้องในระยะเริ่มแรก 1-2 สัปดาห์ หรือ ท้องเดือนแรกๆ ส่วนใหญ่จะมีอาการอย่างไร และหากมีอาการเหล่านี้ท้องรึยัง?

อาการคนท้อง นอกจากอาการคลื่นไส้อาเจียน ในระยะ 1-2 สัปดาห์ แต่ละคนอาจจะมีอาการไม่เหมือนกัน  บางคนมีอาการแพ้ท้องมาก หรือ บางคนอาจจะไม่มีอาการแพ้ท้องเลยก็มี แต่ก็อาจจะมีบางคนที่มีอาการแปลกๆ ซึ่งอาจจะไม่แน่ใจว่า กำลังท้องหรือไม่ ดังนั้นอาการที่บอกว่าตั้งครรภ์ในระยะ 1-2 สัปดาห์แต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน แต่ในทางการแพทย์ก็มีลักษณะบางอย่างที่ร่างกายแสดงออกมา ที่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็น อาการคนท้องระยะแรก 1-2 สัปดาห์ หรือ ท้องเดือนแรกๆ จะมีอาการอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เราจึงรวบรวม อาการคนท้อง มาแบ่งปันให้คุณแม่ทุกท่านได้ทราบกันค่ะ

17 อาการคนท้องระยะแรก 1-2 สัปดาห์ หากมีอาการเหล่านี้ท้องรึยัง?

ประจำเดือนขาด

โดยปกติผู้หญิงจะมีประจำเดือนมาในระยะ 21-35 วัน และจะมาในเวลาใกล้เคียงกันในทุกๆ เดือน แต่ถ้าหากว่า มีอาการประจำเดือนขาด สำหรับคนที่ประจำเดือนมาปกติถ้าประจำเดือนที่เคยมาเป็นปกติขาดหายไป รอแล้วรอเล่าไม่มาสักที แสดงว่าคุณอาจจะกำลังมีการตั้งครรภ์ เพราะหลังจากการปฏิสนธิแล้ว ประจำเดือนจะขาดหายไป แนะนำให้ไปซื้อเครื่องตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจ

มีตกขาวเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากฮอร์โมนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ จึงทำให้มีการหลั่งของพวกสารต่างๆ รวมทั้งมีตกขาวในช่องคลอดเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นช่วงที่มีตกขาวเพิ่มมากขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องหมั่นดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี จะต้องล้างและซับให้แห้งสนิททุกครั้ง แต่ไม่ต้องใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นแต่อย่างใด เพราะอาจไปฆ่าเชื้อดีๆ ที่ช่วยป้องกันเชื้อร้ายออกไปได้ และที่สำคัญห้ามสวนล้างช่องคลอดเด็ดขาด

เหนื่อยง่ายหายใจถี่

เนื่องจากตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในท้องของคุณแม่นั้นมีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่ จึงทำให้คุณแม่หายใจถี่และรู้สึกเหนื่อยได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งมีแรงกดดันต่อปอดและกระบังลมของคุณแม่ไปด้วย

มีอาการเริ่มคัดเต้านม

อาการคัดเต้านมจะมีความคล้ายกับตอนมีประจำเดือน และสามารถสังเกตเห็นได้ว่าเต้านมจะมีขนาดใหญ่ รู้สึกหนัก รอบหัวนมจะมีสีคล้ำกว่าเดิม และบริเวณผิวหนังของเต้านมจะบางลงจนมองเห็นหลอดเลือดดำได้อย่างเด่นชัดมาก

รู้สึกเมื่อยล้าได้ง่าย

การตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกจะทำให้คุณแม่รู้สึกเมื่อยล้าได้ง่าย พร้อมทั้งมีอาการอ่อนล้าและหมดแรง แต่อาการคนท้องลักษณะนี้จะดีขึ้นเมื่ออายุตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สอง

เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

โดยปกติเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 คุณแม่ตั้งครรภ์จะเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สอง แต่ในบางรายจะพบกับอาการคนท้องดังกล่าวตั้งแต่รอบเดือนหายไป

ปัสสาวะบ่อย

เนื่องจากร่างกายที่อยู่ในช่วงของการตั้งครรภ์จะมีการสร้างของเหลวมากขึ้นกว่าเดิม และเลือดเกิดการไหลเวียนมากขึ้น นั่นจึงส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย

อาจจะปวดหัวได้เป็นบางเวลา

อาการปวดหัวถือเป็นหนึ่งในอาการคนท้องที่ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์เลยก็ว่าได้ ซึ่งฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการใช้ยาคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

เริ่มมีอาการปวดหลัง

อาการปวดหลังคืออาการคนท้องที่เกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งศูนย์กลางของการทรงตัวของคุณแม่เปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้การยืน นั่ง หรือเดินเปลี่ยนแปลงไปด้วย

ปวดเกร็งในช่องท้อง

ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีอาการปวดเกร็งในช่องท้องคล้ายกับตอนปวดประจำเดือน และหากมีอาการปวดหน่วงๆ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการขยายตัวของมดลูก

เริ่มต้นช่วงแรกจะมีอาการอยากกินอาหารรสเปรี้ยว

ความอยากอาหารของคุณแม่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ โดยส่วนใหญ่จะต้องการอาหารรสเปรี้ยว และมักจะมีอาการคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นปลา

มีอาการท้องผูก

ฮอร์โมน progesterone จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยได้ช้าและมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

อารมณ์เสียง่าย หงุดหงิดได้ง่าย

คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงและมักจะอารมณ์เสียง่าย เนื่องจากระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งร่างกายพยายามปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่

อุณหภูมิในร่างกายสูง

ร่างกายของคุณแม่จะมีอุณหภูมิสูง และรู้สึกร้อนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงและใช้พลังงานมากขึ้นนั่นเอง

มีความไวต่อกลิ่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

การตั้งครรภ์จะส่งผลให้คุณแม่มีความไวต่อกลิ่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่ากลิ่นนั้นจะมีกลิ่นหอมหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก็ตาม

เกิดอาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะได้ง่าย

น้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตจะลดลงในช่วงตั้งครรภ์ นั่นจึงทำให้คุณแม่มีอาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะได้ง่าย แนะนำให้คุณแม่หมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดี

อาจจะมีเลือดออกกะปริดกะปรอย

ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีเลือดออกกะปริดกะปรอยโดยที่ไม่มีอาการปวดเกร็งท้องเลย คุณแม่ควรสังเกตอาการให้ดี หากมีเลือดออกไม่หยุดควรรีบพบแพทย์ทันที

อาการคนท้อง ทั้ง 17 อาการที่เราได้นำมาแบ่งปันให้คุณแม่ทุกท่านได้ทราบนั้น อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ในแต่ละคนด้วยอาการที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสังเกตแต่ละอาการให้ดี รวมทั้งการกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สุขภาพร่างกายในขณะตั้งครรภ์แข็งแรงอยู่เสมอ ฉะนั้นเรามีอาหารแนะนำสำหรับคุณแม่ ที่เริ่มตั้งครรภ์ ที่ควรทานมีอะไรบ้าง


อาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทาน

อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก 

อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จะช่วยในเรื่องของการบำรุงเลือดให้กับคุณแม่ ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งผ่านรกเข้าไปสู่ทารกน้อยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นสารอาหารที่ช่วยป้องกันการเกิดโลหิตจางในคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกน้อยด้วย

อาหารประเภทโปรตีน 

เนื่องจากอายุครรภ์ 2 เดือน ทารกน้อยจะเริ่มมีการสร้างอวัยวะต่างๆ ซึ่งโปรตีนจัดเป็นอาหารที่ช่วยในการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้ดีมากๆ

อาหารจำพวกแคลเซียม 

แคลเซียมคือสารอาหารที่มีความโดดเด่นในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อของทารกในครรภ์อีกด้วย

อาหารที่ให้วิตามินบี2 

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี2 มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์ ซึ่งถือเป็นสารอาหารที่คุณแม่ควรได้รับตลอดการตั้งครรภ์เลยก็ว่าได้

อาหารที่มีกรดโฟลิก 

อาหารที่มีกรดโฟลิกจะช่วยให้เซลล์แต่ละตัวของตัวอ่อนมีความแข็งแรง ซึ่งหากคุณแม่ไม่ได้รับสารอาหารชนิดนี้ อาจเสี่ยงต่อการทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทของลูกน้อย และยังเสี่ยงเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดด้วย

แนะนำช้อมูลสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

อาหารที่แม่ท้องควรทานเพื่อบำรุงทารกในครรภ์ให้แข็งแรงสมบูรณ์

อาหารที่แม่ท้องควรกินและควรหลีกเลี่ยง ในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือน

เรื่องน่ารู้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รวมอาการคนท้อง สัญญาณเตือนที่บอกให้รู้ว่า "ตั้งครรภ์"



  1. ประจำเดือนขาด
    อาการประจำเดือนขาด สำหรับคนที่ประจำเดือนมาปกติถ้าประจำเดือนที่เคยมาเป็นปกติขาดหายไป รอแล้วรอเล่าไม่มาสักที แสดงว่าคุณอาจจะกำลังมีการตั้งครรภ์ เพราะหลังจากการปฏิสนธิแล้ว ประจำเดือนจะขาดหายไป แนะนำให้ไปซื้อเครื่องตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจ

  2. เหนื่อยง่ายหายใจถี่
    เนื่องจากตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ในท้องของคุณแม่นั้นมีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่ จึงทำให้คุณแม่หายใจถี่และรู้สึกเหนื่อยได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งมีแรงกดดันต่อปอดและกระบังลมของคุณแม่ไปด้วย

  3. คัดเต้านม
    อาการคัดเต้านมจะมีความคล้ายกับตอนมีประจำเดือน และสามารถสังเกตเห็นได้ว่าเต้านมจะมีขนาดใหญ่ รู้สึกหนัก รอบหัวนมจะมีสีคล้ำกว่าเดิม และบริเวณผิวหนังของเต้านมจะบางลงจนมองเห็นหลอดเลือดดำได้อย่างเด่นชัดมาก

  4. เมื่อยล้า
    การตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกจะทำให้คุณแม่รู้สึกเมื่อยล้าได้ง่าย พร้อมทั้งมีอาการอ่อนล้าและหมดแรง แต่อาการคนท้องลักษณะนี้จะดีขึ้นเมื่ออายุตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สอง

  5. คลื่นไส้ อาเจียน
    โดยปกติเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 คุณแม่ตั้งครรภ์จะเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สอง แต่ในบางรายจะพบกับอาการคนท้องดังกล่าวตั้งแต่รอบเดือนหายไป

  6. ปัสสาวะบ่อย
    เนื่องจากร่างกายที่อยู่ในช่วงของการตั้งครรภ์จะมีการสร้างของเหลวมากขึ้นกว่าเดิม และเลือดเกิดการไหลเวียนมากขึ้น นั่นจึงส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย

  7. ปวดหัว
    อาการปวดหัวถือเป็นหนึ่งในอาการคนท้องที่ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์เลยก็ว่าได้ ซึ่งฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการใช้ยาคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

  8. ปวดหลัง
    อาการปวดหลังคืออาการคนท้องที่เกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งศูนย์กลางของการทรงตัวของคุณแม่เปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้การยืน นั่ง หรือเดินเปลี่ยนแปลงไปด้วย

  9. ปวดเกร็งในช่องท้อง
    ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีอาการปวดเกร็งในช่องท้องคล้ายกับตอนปวดประจำเดือน และหากมีอาการปวดหน่วงๆ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการขยายตัวของมดลูก

  10. อยากอาหารรสเปรี้ยว
    ความอยากอาหารของคุณแม่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ โดยส่วนใหญ่จะต้องการอาหารรสเปรี้ยว และมักจะมีอาการคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นปลา

  11. มีอาการท้องผูก
    ฮอร์โมน progesterone จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยได้ช้าและมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

  12. อารมณ์เสียง่าย
    คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงและมักจะอารมณ์เสียง่าย เนื่องจากระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งร่างกายพยายามปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่

  13. อุณหภูมิในร่างกายสูง
    ร่างกายของคุณแม่จะมีอุณหภูมิสูง และรู้สึกร้อนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงและใช้พลังงานมากขึ้นนั่นเอง

  14. ได้กลิ่นรุนแรง
    การตั้งครรภ์จะส่งผลให้คุณแม่มีความไวต่อกลิ่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่ากลิ่นนั้นจะมีกลิ่นหอมหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก็ตาม

  15. เกิดอาการหน้ามืด
    น้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตจะลดลงในช่วงตั้งครรภ์ นั่นจึงทำให้คุณแม่มีอาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะได้ง่าย แนะนำให้คุณแม่หมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ดี

  16. มีเลือดออกกะปริดกะปรอย
    ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีเลือดออกกะปริดกะปรอยโดยที่ไม่มีอาการปวดเกร็งท้องเลย คุณแม่ควรสังเกตอาการให้ดี หากมีเลือดออกไม่หยุดควรรีบพบแพทย์ทันที

อาการคนท้อง ทั้ง 16 อาการที่เราได้นำมาแบ่งปันให้คุณแม่ทุกท่านได้ทราบนั้น อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ในแต่ละคนด้วยอาการที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสังเกตแต่ละอาการให้ดี รวมทั้งการกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สุขภาพร่างกายในขณะตั้งครรภ์แข็งแรงอยู่เสมอ 

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

9 อาการคนท้อง ที่บอกให้รู้ว่า นี่แหละ "ตั้งครรภ์"

 สัญญาณการตั้งครรภ์ไม่ได้มีแค่คลื่นไส้อาเจียนเท่านั้นนะ เพราะ "อาการคนท้อง" ในระยะแรกๆอาจจะไม่เหมือนกันทุนคน บางคนแพ้มาก หรือ ว่าที่คุณแม่บางคนตั้งครรภ์โดยไม่มีอาการแพ้ท้องเลยสักนิด ส่วนอีกหลายคนก็มีอาการแปลกๆ ที่ชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการเจ็บป่วยแทนเสียนี่แต่ก็จะมีอาการอื่นๆให้สังเกตุได้บ้าง ซึ่งเราจะรวมเอาอาการคนท้องในลักษณะต่างๆที่คนท้องจะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ให้ว่าที่คุณแม่ได้ลองสังเกตุกันว่า อาการของคุณตอนนี้ บ่งบอกว่าคุณมีการตั้งครรภ์แล้วหรือยัง ? ว่าที่คุณแม่หมาดๆ จะมีอาการอะไรบ้าง ลองไปดูกันหน่อยดีกว่า


อาการคนท้อง

9 อาการคนท้อง ที่บอกให้รู้ว่า นี่แหละ "ตั้งครรภ์"

  1. ประจำเดือนขาด ประจำเดือนขาด ถ้าประจำเดือนที่เคยมาเป็นปกติขาดหายไป รอแล้วรอเล่าไม่มาสักที แสดงว่าคุณอาจจะกำลังมีการตั้งครรภ์ เพราะหลังจากการปฏิสนธิแล้ว ประจำเดือนจะขาดหายไป แนะนำให้ไปซื้อเครื่องตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเถอะ
  2. คลื่นไส้ – อาเจียน เป็นอาการที่พบบ่อยมากจนเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ก็ว่าได้ อาการคลื่นไส้อาเจียนมักเกิดขึ้นหลังจากที่ตัวอ่อนปฏิสนธิได้ 1 เดือน และลดลงเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สอง แต่นี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ คุณแม่บางคนอาจมีอาการแพ้ท้องเร็วกว่ากำหนด ขณะที่บางคนโชคดีไม่มีอาการแพ้ท้องเลย หรือไม่ก็โชคร้ายหน่อย แพ้ท้องไปจนถึงเดือนสุดท้ายก่อนคลอดโน่นเลย
  3. เหม็นนั่นเหม็นนี่ ผล จากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น สาวๆที่กำลังมีการตั้งครรภ์ อาจทำให้แม่ท้องกลายเป็นคนจมูกไว ได้กลิ่นอะไรก็พานเหม็นจนอยากอาเจียนไปเสียหมด ตอนนี้แหละต่อให้เป็นเนื้อผัดน้ำมันหอยของโปรด ขนุนที่ต้องตุนไว้ในตู้เย็น หรือน้ำหอมที่เคยชอบ ก็อาจไม่น่าพิสมัยอีกต่อไป
  4. หน้าอกบวมและเจ็บ หน้า อกของว่าที่คุณแม่ไตรมาสแรกอาจบวมเพราะมีเลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้นจน รู้สึกเจ็บแปลบ รวมถึงรู้สึกว่าหน้าอกไวต่อสัมผัสคล้ายกับอาการช่วงก่อนมีประจำเดือน
  5. เหนื่อยล้ารู้สึกเหนื่อยมากๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยหรือเปล่า รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวันใช่ไหม นี่อาจจะเป็นผล จากระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ได้นะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก พอเข้าช่วงไตรมาสสอง พลังของคุณก็จะคืนกลับมา
  6. เลือดออกทางช่องคลอด ช่วง ที่ตัวอ่อนฝังตัวในมดลูก ว่าที่คุณแม่บางท่านอาจมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด อาการนี้มักเกิดขึ้นในหลังจากตัวอ่อนปฏิสนธิได้11-12 วัน (เวลาเดียวกับที่คุณเริ่มสังเกตว่าประจำเดือนขาด) เลือดที่ไหลออกมามักเป็นเลือดจางสีแดงหรือชมพู และจะหยุดไหลภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณแม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้ว และพบว่ามีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดร่วมกับอาการปวดท้อง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะท้องนอกมดลูกได้
  7. ท้องป่อง ยังๆ อย่าเพิ่งตกใจ คุณยังไม่เป็นแม่ท้องกลมตั้งแต่ไตรมาสแรกหรอก หน้าท้องที่แบนราบแค่ป่องออกมาหน่อยๆ รู้สึกเอวกางเกงตัวเก่งคับขึ้นมานิดๆ เพราะมีก๊าซในกระเพาะมากขึ้นเท่านั้นเอง
  8. ปัสสาวะบ่อย อาการ ปวดปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ เพราะร่างกายจะผลิตเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตขับของเสียในรูปของของเหลวมากขึ้นตามไปด้วยถ้าประจำเดือนของ คุณมาไม่ปกติอยู่แล้ว หรือลืมสังเกตว่า มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไร อาการทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นตัวช่วยบงชี้ว่า คุณอาจกำลังตั้งครรภ์ ลองไปซื้อเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจดูก่อน ถ้าผลออกมาเป็นบวก อย่าเพิ่งรีบป่าวประกาศนะ โทรนัดคุณหมอสูติฯ ไปตรวจให้แน่ใจอีกที
  9. มีอาการท้องผูก สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อมีการตั้งครรภ์ ทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลง มดลูกอาจไปทับลำไส้ใหญ่ การแก้ไขเรื่องท้องผูกในอาการคนท้องลักษณะนี้คือพยายามทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังเบาๆให้พอเหมาะ จะช่วยแก้ไขอาการท้อผูกได้

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เคล็ดลับ ผิวสวย คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ แนท ณัฐชา

แนท-ณัฐชา นวลแจ่ม ยิ่งท้องยิ่งสวย ยิ่งผิวดี เป็นคุณแม่กำลังตั้งท้องได้ 6 เดือน แต่ยังคงความสวย ผิวใส ท้องไม่ลาย จนหลายคนสงสัยว่าเธอมีการดูแลตัวเองอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อลูก

ข้อมูลจาก Sanook Women มีโอกาสได้คุยกับว่าที่คุณแม่สุดเป๊ะ แนท ณัฐชา ขนาดท้องยังสวยเจิดขนาดนี้ เธอจะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก พร้อมบอกถึงเคล็ดลับวิธีลดน้ำหนักได้เป็น 10 โล ตั้งแต่ช่วงเข้าวงการแรกจนถึงก่อนท้อง ที่หลายคน งานนี้จะมีเคล็ดลับอะไร ตามมาดูกันค่ะ

ผิวแห้งต้องดูแลด้วยการทาครีมตั้งแต่ก่อนท้อง สำคัญมากคนท้องก็ต้องทาครีม

แนทเป็นคนดูแลผิว ชอบทาครีมมาตั้งนานแล้ว ถึงแม้จะเป็นคนผิวแห้งแต่ตอนท้องผิวก็ยังไม่แตก เพราะมีการบำรุงไว้ก่อนอยู่แล้ว ตอนนี้แนทน้ำหนักขึ้นมา 2 กิโล จาก 43 กิโล ตอนนี้ 45 เกือบ 46 มีแค่พุงกับหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น แขน ขา หน้ายังไม่ออก และยังไม่มีส่วนไหนแตกลาย อาจจะเป็นเพราะชอบทาครีมบำรุง ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งตึงค่ะ

ทาออยล์ลดอาการท้องลาย

หลังอาบน้ำทุกครั้งแนทจะใช้ออยล์ทาผิว จะเป็นออลย์บำรุงผิว ออยล์เด็ก หรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้ ทาตลอดเพื่อไม่ให้ผิวแห้ง ถ้ารู้สึกว่าระหว่างวันผิวเริ่มแห้งก็ทาได้ตลอด ส่วนที่ต้องเน้นทาเป็นพิเศษคือส่วนที่ขยาย อย่าง หน้าอก สะโพก ต้นขา ทาทั้งตัวเลยค่ะ มีบางครั้งทาครีมบำรุงบ้างแต่จะทาออยล์ก่อนแล้วค่อยทาครีมบำรุงค่ะ


เมนูอาหารที่อยากแนะนำคุณแม่หรือสาวๆ

หมอบอกว่าน้ำหนักไม่ลงแนทเลยไปลงลูก หมอก็ชมว่าควบคุมน้ำหนักได้ดี แนทกินเหมือนที่หมอบอก จะกินพยายามทุกชั่วโมง แต่กินน้อย ข้าวก็นิดเดียว ไม่เน้นแป้งแต่ก็ชอบกินขนมปังนะคะ กินวันละก้อน ส่วนข้าวกินสามมื้อทุกวัน และเน้นกับข้าว ถ้าอยากขนมก็กินคำสองคำให้รู้สึกอิ่มแล้วก็หยุด 

เคี้ยวช้าๆ ทำให้เรากินอาหารได้ไม่มากเท่าการกินเร็วๆ

อันนี้เป็นเทคนิคเพื่อไม่ให้อ้วนใช้ลดน้ำหนักเป็น 10 กว่าโลของแนทตั้งแต่สมัยเข้าวงการแล้วน้ำหนักลดลงจนคนทักเลยค่ะ คือ การเคี้ยวช้าๆ นานๆ เวลาที่แนทกินอะไรคนอื่นเขากินเสร็จแล้วแนทเพิ่งกินแค่ครึ่งจาน เคี้ยวให้ละเอียด ให้เล็กที่สุดแล้วค่อยกลืน