แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาสิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาสิว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

8 วิธีรักษาสิวที่คอให้เรียบเนียนใส ใส่ชุดไหนก็มั่นใจ

 



1.มัดผมเมื่อเส้นผมเริ่มมัน

สำหรับสาวๆ ที่ไว้ผมยาวและไม่มีเวลาสระผมจนทำให้ศีรษะมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้มัดผมหรือรวบผมให้เรียบร้อย พยายามอย่าให้เส้นผมสัมผัสผิวบริเวณกรอบหน้าและลำคอ เพราะอาจทำให้เกิดสิวอุดตันตามมาได้

2.ใช้ผลิตภัณฑ์เส้นผมที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน

แน่นอนว่าสาวๆ ชื่นชอบการมีเส้นผมที่นุ่มลื่น จึงจำเป็นต้องใช้ยาสระผมและครีมนวดที่มีส่วนผสมของซิลิโคน แต่ทราบหรือไม่ว่าสารดังกล่าวนั้นทำให้อุดตันรูขุมขนได้ง่ายมากๆ ดังนั้นแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคนแทน จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวที่คอได้ดี

3.หมั่นทาครีมกันแดด

การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงนั้นเสี่ยงต่อการทำให้เป็นสิวที่คอได้ง่าย ดังนั้นหากสาวๆ ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือไม่ต้องโดนแดดมากเกินไป แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ก็เพียงพอ

4.ใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมของเรตินอล

ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมของเรตินอลความเข้มข้นไม่เกิน 10% มีส่วนช่วยลดสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ โดยเฉพาะหลังสิวยุบ แนะนำให้ทาครีมชนิดนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดรอยแผลเป็นได้อีกด้วย

5.ใช้ครีมลดรอยดำรอยแดงหลังสิวยุบ

ครีมลดรอยดำรอยแดงที่แนะนำให้ใช้ควรมีส่วนผสมหลักๆคือเรตินอล วิตามินอีและวิตามินบี3 เพราะช่วยให้รอยสิวจางลงได้เร็ว

6.เลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อบางเบา

การเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อบางเบาจะช่วยลดความอับชื้น ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน เพราะเป็นผ้าที่มีเนื้อบางเบาและใส่สบายตัว

7.ผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่ชอบ

แน่นอนว่าความเครียดจะนำมาสู่การเป็นสิวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงควรหากิจกรรมที่ช่วยคลายความเครียดทำบ่อยๆ จะช่วยลดโอกาสการเป็นสิวได้เป็นอย่างดี

8.ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในกรณีที่สาวๆ ต้องการความมั่นใจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เป็นสิวที่คอ แนะนำให้ลองเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้อย่างเคร่งครัด และช่วยแก้ปัญหาสิวที่คอได้อย่างหมดจด

แนะนำครีมรักษาสิว สบู่ทรีทรีออย รักษาสิว 


สบู่รักสิว สะอาดผิว


วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563

5 วิธีกำจัดสิว ที่ก้น อย่างได้ผล อวดผิวสวยได้ตลอดเวลา

 


สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่ก้นนั้นมีหลายกรณีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากความชื้น ความสกปรกในร่มผ้า การที่มีผงซักฟอกติดค้างที่กางเกงใน การสวมกางเกงในที่ระบายอากาศได้ไม่ดี หรือแม้แต่เกิดจากการอักเสบก็ตาม ซึ่งสิวที่ก้นนั้นก็มีวิธีกำจัดที่ทำได้ง่าย และเราก็ได้นำมาแชร์ให้สาวๆ ได้ทราบถึง 5 วิธีด้วยกันดังนี้แล้วค่ะ

1.กินอาหารที่มีประโยชน์
การกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ รวมถึงการดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ย่อมมีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง และยังช่วยลดการเกิดสิวที่ก้นได้อีกด้วย ที่สำคัญควรงดกินอาหารประเภททอดหรือมีไขมันปริมาณมาก เพื่อให้การกำจัดสิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.ชำระล้างผิวบริเวณก้นให้สะอาด
การชำระล้างผิวบริเวณก้นให้สะอาด จะช่วยกำจัดสิวที่ก้นได้ดี เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวคือ เหงื่อไคลและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในร่มผ้านั่นเอง ดังนั้นจึงควรใส่ใจในการทำความสะอาดผิวบริเวณก้นด้วยการใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิล เปอร์ออไซด์ประมาณ 2% เพราะเป็นสารที่ช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิวที่ก้นได้ดีนั่นเอง


3.สครับผิวก้นเป็นประจำ
การสครับผิวที่ก้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้การทำความสะอาดผิวบริเวณก้นได้ผลดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งการสครับผิวที่ก้น สาวๆ สามารถทำได้ด้วยการใช้กากกาแฟ เกลือขัดผิว หรือใยบวบจากธรรมชาติ เพราะทุกวิธีล้วนมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป พร้อมเผยผิวที่เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

4.สวมเสื้อผ้าที่สะอาด ระบายอากาศได้ดี
เสื้อผ้าที่สะอาด ย่อมส่งผลดีต่อผิวในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะผิวบริเวณก้น ควรใช้เสื้อผ้าที่สะอาดและควรหมั่นเปลี่ยนกางเกงในบ่อยๆ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมจนทำให้เป็นสิวที่ก้น ในส่วนของเสื้อผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการอับชื้นและการสะสมของเหงื่อไคลนั่นเอง


5.ใช้สูตรรักษาแบบธรรมชาติ
การใช้น้ำมะนาวหรือแอปเปิลไซเดอร์ทาบริเวณสิวที่ก้นประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น หรือจะแต้มน้ำมันมะพร้าวหรือทีทรีออยล์ก็ช่วยกำจัดสิวที่ก้นได้เป็นอย่างดี เพราะมีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้

การรักษาสิวที่ก้นจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพราะแต่ละวิธีการกำจัดสิวที่ก้นที่เรานำมาแชร์กันในวันนี้ ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่สำหรับใครที่ต้องการการกำจัดสิวที่สะดวกและง่ายกว่าวิธีที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำให้ใช้ยาทาฆ่าเชื้อสิวที่มีขายตามร้านขายยา ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้สิวที่ก้นยุบเร็ว แต่ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน





วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ลดสิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ สิวหายขาด ไม่กลับมาเป็นอีก

วันนี้เปาจะแนะนำเนื้อหาการดูแลผิวเป็นสิว แบบให้หายขาดด้วยวิํธีธรรมชาตินะคะ

อันดับแรก

1. การดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดผิว

>> เริ่มจากการเช็ดผิวให้สะอาด สำหรับผิวเป็นสิวง่ายแนะนำ ผลิตภัณฑ์ วอเตอร์คลีนซิ่ง วิธีใช้คือ เทลงสำลีและเช็ดผิวหน้าเบาๆ





2. ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิว 



3. ใช้ว่านหางจระเข้ พอกทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำทุกเช้า และ เย็น รอยสิวจะจางลงเลยเพียงไม่กี่สัปดาห์ 

หมายเหตุ การใช้ว่านหางจระเข้สด จะใช้ลำบากมาก เพราะจะมียาง และ กรรมวิธีทำยาก เปาแนะนำให้ใช้ เจลว่านหางจระเข้สำเร็จรูป หรือ เซรั่มแอลฟ้าไวท์ 




อัลฟ้าไวท์เซรั่ม รับผลิต ขายส่งตัวอย่างเซรั่มหน้าใส
ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว บำรุงผิวขาวกระจ่างใส 
สั่งซื้อทักไลน์ไอดี : chivabeauty

3. กลุ่มสมุนไพรรักษาสิว เช่น ขมิ้น ผสมกับน้ำซาวข้าว ใช้ทาตรงสิว และ รอยดำจากสิว ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้สิวยุบ และรอยดำจากสิว

4. ครีมบำรุงผิวสมุนไพร ครีมสาหร่าย เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ ผสมในรูปครีม ใช้บำรุง ผิวทาก่อนนอน แต้มเพียงนิดเดียวเกลี่ยให้ทั่วผิวหน้า 








วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2562

อยากหน้าใส ไร้สิว ต้องรู้วิธีล้างหน้า



ล้างหน้าผิดชีวิตเปลี่ยน กับ 5 วิธีล้างหน้าแบบผิดๆ ที่ทำให้สิวมาเยือน
การล้างหน้า เป็นอะไรที่เชื่อได้ว่าไม่ค่อยมีคนพิถีพิถัน และรู้วิธีที่ถูกต้องในการล้างหน้า เรามาดูกันค่ะ อะไรไม่ควรทำในการล้างหน้า เพื่อคงให้ผิวหน้าอันบอบบางของเราใสไร้สิว ผิวนุ่มเด้งตลอดทั้งวัน


  • ใช้ผ้าเช็ดหรือซับแรงๆ วิธีนี้ เป็นวิธีที่ผิดมาก และ เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสิวผิวชั้นนอก จะได้รับการระคายเคืองเป็นอย่างมาก และยังช่วยกระตุ้นให้สิว ที่กำลังจะยุบตัวลงเกิดการอักเสบ และ ลุกลามกลายเป็นสิวอุตตันได้ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ใช้กระดาษนุ่มๆ ซับผิวหน้าเบาๆ หรือใช้สำลีเช็ดผิวหน้าเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว
  • การล้างหน้าด้วยโฟมที่มีเม็ดสครับหรือเม็ดบีดส์ เป็นข้อควรระวังเป็นอย่างมากสำหรับ คนที่เป็นสิว เพราะจะทำให้สิว ยิ่งเกิดการอักเสบระคายเคือง ดังนั้นจึงแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ ประเภทโฟมล้างหน้าที่มีบีทผสมอยู่
  • ใช้ฝักบัวล้างหน้า การใช้ฝักบัวล้างหน้า ทำให้รู้สึกสะดวกและสบาย แต่ด้วยแรงดันของน้ำทำให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิว

ทำแบรนด์สบู่ หรือ AddLineID > @chivalabcare (มี @ นำหน้าไอดีด้วยจร้า)

ข้อมูลจาก https://www.sanook.com/women/135413/



วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

รักษาสิว ที่หลัง ง่ายนิดเดียว เพียงทำตามนี้


สาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง
ผิวหนังทั่วร่างกายของเรา รวมไปถึงบริเวณแผ่นหลัง จะมีต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ที่เชื่อมต่อกับรูขุมขน คอยหลั่งน้ำมันที่เรียกว่า ซีบัม (Sebum) หรือไขผิวหนังออกมาเพื่อช่วยให้ผิวหนังและเส้นขนชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่หากต่อมไขมันผลิตซีบัมมากเกินไป ประกอบกับมีแบคทีเรียและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วอยู่บนแผ่นหลัง อาจทำให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดเป็นสิวชนิดต่างๆ เช่น สิวอักเสบ สิวหัวหนอง รวมไปถึงเป็นสิวหัวขาวที่แผ่นหลัง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นสิวหัวดำได้เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนนอกรูขุมขน สิวที่หลังนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยได้แก่
  • กรรมพันธุ์ แม้การเกิดสิวจะไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่สภาพผิวหนังที่ทำให้เป็นสิวง่าย เช่น รูขุมขนกว้าง หน้ามัน นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  • การใช้ยา ยาบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้า (antidepressants) อาจส่งผลข้างเคียงทำให้ผู้ใช้เกิดสิวได้
  • ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวในช่วงวัยรุ่น และสำหรับผู้หญิง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงมีประจำเดือนหรือช่วงตั้งครรภ์ ก็สามารถทำให้เกิดเป็นสิวได้
  • เหงื่อ เมื่อมีเหงื่อออก โดยเฉพาะช่วงที่สวมเสื้อผ้ารัดๆ ก็สามารถทำให้เกิดสิว หรือกระตุ้นให้ปัญหาสิวที่หลังของคุณแย่ลงได้
  • ความเครียด แม้จะไม่ได้เป็นสาเหตุของสิวโดยตรง แต่ก็สามารถทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวน เช่น ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน
  • อาหาร ผลการวิจัยพบว่า การกินอาหารบางชนิด เช่น ธัญพืชขัดสี น้ำตาล ผลิตภัณฑ์นม อาหารฟาสต์ฟู้ด ชอกโกแลต ในปริมาณมากเกินไปก็เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดสิว
สิวที่หลังสามารถป้องกันรักษาได้

แนะนำสบู่รักษาสิว

อาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกาย

หากคุณออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก ควรรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที หรือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกหมักหมมที่ผิวหนัง จนเกิดเป็นสิวที่แผ่นหลัง หรือทำให้สิวที่เป็นอยู่แล้วแย่ลง นอกจากนี้ คุณไม่ควรทิ้งเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อเอาไว้ แต่ควรซักทันที เพื่อป้องกันเชื้อโรคเชื้อราสะสมในผ้า
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ

การสวมเสื้อผ้าคับหรือรัดเกินไปทั้งในขณะออกกำลังกาย หรือใช้ชีวิตประจำวัน จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวที่หลัง เพราะทำให้เหงื่อและสิ่งสกปรกเสียดสีกับผิวหนังของคุณได้มากขึ้น ดังนั้นคุณจึงควรสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ หรือเนื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายเคืองผิวหนัง เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน
  • ดูแลผิวอย่างเหมาะสม

หากเป็นสิวที่หลัง ควรทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid) และหลีกเลี่ยงการสครับผิว ซึ่งอาจเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป บำรุงผิวเป็นประจำด้วยครีมหรือโลชั่นที่อ่อนโยนต่อผิว และไม่มีส่วนผสมที่อุดตันรูขุมขน รวมไปถึงห้ามบีบ หรือแกะเกาสิวที่หลังเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบกว่าเดิม และอาจเป็นแผลเป็นหรือรอยดำหลงสิวหาย
  • อย่าละเลยเรื่องเส้นผม

สำหรับคนที่ผมยาว หากเส้นผมของคุณสัมผัสผิวหนังบริเวณแผ่นหลังบ่อยๆ สิ่งสกปรกหรือน้ำมันที่ติดอยู่บนเส้นผมอาจทำให้เกิดสิวที่หลังได้ คุณจึงควรสระผมให้สะอาดอยู่เสมอ และหากต้องออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกเยอะ ก็ควรรวบผมให้เรียบร้อย ไม่ให้เส้นผมโดนหลัง นอกจากนี้ควรเลือกยาสระผมหรือครีมนวด ที่ไม่มีส่วนผสมที่อุดตันรูขุมขน เมื่อสระผม ควรล้างผมและผิวหนังให้สะอาด ไม่ให้มีผลิตภัณฑ์ตกค้างบนผิวหนัง
  • กินอาหารที่มีประโยชน์

ผลจากศึกษาชี้ว่า อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล glycemic index (GI) หรือปริมาณน้ำตาลสูง รวมไปถึงธัญพืชขัดสี อย่าง ขนมปังขาว ข้าวขาว และอาหารทอด สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ คุณจึงควรงดหรือลดอาหารเหล่านี้ และหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อไก่ เนื้อปลา ธัญพืชไม่ขัดสี ให้มากขึ้น
  • รักษาสิวที่หลังด้วยยา

วิธีรักษาสิวที่หลังที่ได้รับความนิยมที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ การใช้ยาทาและยากิน หากคุณเป็นสิวไม่รุนแรง สามารถซื้อครีมหรือยาทาสิวที่มีส่วนผสมของ ซาลิไซลิก แอซิด หรือเบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) จากร้านขายยาหรือร้านค้าที่ได้รับการรับรองมารักษาเองได้ โดยทายาเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้สิวที่หลังของคุณลดลงและหายได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ หากคุณเป็นสิวที่หลังรุนแรง รวมถึงมีสิวซีสต์ หรือสิวอักเสบแบบเป็นก้อน (Nodules) ควรปรึกษาปัญหาสิวจากแพทย์ผิวหนัง และแพทย์อาจให้คุณกินยาที่สามารถรักษาสิวได้ เช่น
  1. ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดอาการอักเสบของสิว โดยอาจต้องกินยาชนิดนี้เป็นเวลา 2-6 เดือนจึงจะเห็นผล
  2. ยาคุมกำเนิด หรือยาที่ส่งผลกับฮอร์โมน เพื่อช่วยลดปริมาณซีบัมหรือน้ำมันที่ผิวหนัง โดยอาจต้องใช้เวลา 3-4 เดือนจึงจะเห็นผล อย่างไรก็ตามยาจำพวกนี้อาจรบกวนการตกไข่ จึงไม่เหมาะกับวัยรุ่นเท่าใดนัก
  3. ยาไอโซเตรทติโนอิน (Isotretinoin) จัดเป็นยารักษาสิวประสิทธิภาพสูง ที่สามารถป้องกันสิวได้ถึง 2 ปีหลังหยุดกินยา แต่ยาชนิดนี้สามารถเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ได้ จึงไม่เหมาะกับหญิงท้อง หรือผู้ที่วางแผนมีลูก อีกทั้งยังอาจทำให้ผู้ที่ใช้ยาเกิดอาการซึมเศร้า รวมไปถึงมีผิวแห้ง โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก ผู้ป่วยที่จะรับยาชนิดนี้ จึงต้องตรวจเลือด และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัย
ติดตามเนื้อหา เคล็ดลับ ผิวพรรณสำหรับผู้หญิง >> https://www.sanook.com/women/130905/

แนะนำอาหารเสริม สำหรับผิวเป็นสิว มีขายปลีกส่ง 

 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดสิว
สั่งซื้อด่วน >> https://line.me/R/ti/p/%40pinpurishop



 ขายส่งเครื่องสำอาง
สนใจสอบถามทักไลน์ไอดี @pinpurishop (มี @ นำหน้าไอดีด้วยนะคะ)

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เคล็ดลับแต่งหน้าใสๆ เก็บสิวได้ทุกเม็ด

สำหรับผิวที่เป็นสิว อย่าเพิ่งตกใจนะคะ ว่าจะไม่สามารถแต่งหน้าให้ผิวดูใส เป็นธรรมชาติได้  เรามีวิธีแนะนำ สำหรับผิวเป็นสิว ก็สวยได้ อวดหน้าใส แต่งหน้าเต็ม เนียนกริ๊ปได้สบาย

1.รักษาความสะอาดของผิวอยู่เสมอการมีสิวเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอเพียงแค่ระยะเวลาอาจจะแตกต่างกัน สาเหตุก็มาจากการดูแลที่ต่างกันด้วย โดยบางคนดูแลดี สิวก็อยู่ด้วยไม่นาน แต่บางคนปล่อยปละละเลย สิวก็เลยอยู่ด้วยกันเป็นเงาตามตัว ดังนั้นหากเป็นสิวแล้วอยากแต่งหน้า แต่งไปเลยไม่ต้องกลัว เพียงแค่แต่งแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจดอยู่เสมอ
2.ใช้ยาแต้มสิวก่อนแต่งหน้าควรทายาแต้มสิวเป็นอันดับแรกหลังจากล้างหน้า เพื่อกันไม่ให้ยาถูกเครื่องสำอางตัวอื่นๆ กลบสรรพคุณไปจนหมด ซึ่งหลังจากทายาแต้มสิวเสร็จแล้ว ยังไม่ควรรีบแต่งหน้าทันที ควรปล่อยให้ตัวเนื้อยาซึมซาบลงสู่ผิวสักครู่ก่อนเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ในการรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งการเป็นสิวไม่เกี่ยวกับการบำรุงผิว หลายคนกลัวว่าเป็นสิวต้องงดใช้ครีมบำรุง แต่ในทางกลับกัน การทาครีมบำรุงผิวจะช่วยป้องกันการระคายเคืองและลดการอักเสบของผิว ซึ่งถ้าไม่ทาครีมบำรุงแล้วผิวเกิดอักเสบอาจจะทำให้สิวขึ้นเยอะกว่าเดิมได้
แนะนำครีมบำรุงผิวหน้า ครีมไชเท้าชมจันทร์ >> https://line.me/R/ti/p/%40pinpurishop
 ครีมบำรุงผิวหน้า ก่อนนอน

4.ใช้ Tea Tree Oil แต้มสิวก่อนแล้วกลบตามด้วยคอนซีลเลอร์เมื่อเป็นสิวเม็ดเป้งที่บวมแดงอย่างหนัก แต่หักห้ามใจไม่แต่งหน้าไม่ไหว ถ้าเช่นนั้น สาวๆ ควรเลือกใช้ Tea tree oil ทาลงบนสิว แล้วใช้คอนซีลเลอร์กลบทับลงไป เพียงแค่นี้ก็จะทำให้เห็นอาการบวมแดงของสิวเม็ดนั้นน้อยลง
5.หลีกเลี่ยงการบีบ แกะหรือกดสิวก่อนแต่งหน้าการบีบ กด หรือแกะสิวก่อนการแต่งหน้าจะทำให้ผิวของเราเกิดความบอบช้ำและอักเสบมากขึ้นได้ และเมื่อเราลงเครื่องสำอางทับลงไปก็จะทำให้เกิดการอุดตันตรงแผลที่เราบีบสิวมากขึ้น ส่งผลให้สิวเห่อหนักกว่าเดิม แถมยังหายช้าขึ้นด้วย
6.เลือกใช้เมคอัพที่บอบบางและอ่อนโยนคนที่เป็นสิวไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าหนาเพื่อช่วยกลบสิวมากเกินไป แต่ควรเลือกเมคอัพที่อ่อนโยนต่อผิว เพราะจะช่วยให้สิวที่เป็นอยู่ไม่เกิดการอักเสบหรือระคายเคืองมากไปกว่าเดิม รับรองว่าการแต่งหน้าใสๆยังไงก็รอดในแบบฉบับที่คุณเป็นแน่นอน
ขายเครื่องสำอาง ของแท้ หลากหลายแบรนด์ ดูแลผิวสวย  >> www.pinpuribeauty.com
7.ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนแต่งหน้าการล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนที่จะแต่งหน้าจะช่วยชำระล้างฝุ่นหรือสิ่งสกปรกออกไปได้ดี ซึ่งจะช่วยให้คุณแต่งหน้าได้ติดทนนานและยังช่วยควบคุมความมันได้ในตัว

แนะนำ อาหารเสริม บำรุงผิวขาว ซื้อทันที >> https://line.me/R/ti/p/%40pinpurishop
 อาหารเสริมบำรุงผิวขาว

 ขายส่งเครื่องสำอาง
สนใจสอบถามทักไลน์ไอดี @pinpurishop (มี @ นำหน้าไอดีด้วยนะคะ)