แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครีมบำรุงผิวขาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครีมบำรุงผิวขาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

"เคล็ดลับผิวขาว: ครีมบำรุงผิวเพียงพอหรือไม่?"


อยากผิวขาวต้องรู้ ทาครีมบำรุงผิว แล้วไม่ทาครีมกันแดดได้หรือไม่สำหรับผิวพรรณที่มีความขาวเนียนเป็นเสมือนเป้าหมายที่หลายๆ คนต่างปรารถนาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อให้ผิวสว่างขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่เราจะต้องการผิวขาวเนียนหรือรักษาความขาวของผิวที่มีอยู่แล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำอาจจะไม่เพียงพอโดยไม่ใช้ครีมกันแดด คำแนะนำคือ ไม่ควรละเลยการใช้ครีมกันแดดหลังจากใช้ครีมบำรุงผิวแล้ว

แม้ว่าครีมบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลผิวให้ดีในด้านอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่ครีมบำรุงผิวไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด

รังสียูวีจากแสงแดดเป็นปัญหาที่ทุกคนควรระมัดระวัง เพราะมันสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังได้หลายรูปแบบ เช่น การทำให้ผิวมืดคล้ำ ริ้วรอยเกิดก่อนวัย ผิวไหม้จากแสงแดด และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังด้วยดังนั้น การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ขั้นตอนในการทาครีมกันแดด

  1. เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป
  2. ทาครีมกันแดดทั่วใบหน้าและลำคอ
  3. ทาครีมกันแดดลงบนผิว 20 นาทีก่อนออกแดด
  4. ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือหลังจากเล่นน้ำหรือเหงื่อ

สรุป

  • การทาครีมบำรุงผิวอย่างเดียวไม่เพียงพอ
  • ครีมกันแดดควรใช้ทุกวันเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
  • ทาครีมกันแดดก่อนออกแดด 20 นาที
  • ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือหลังจากเล่นน้ำหรือเหงื่อออก
แนะนำเพิ่มเติม

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ดูแลผิวฉ่ำเหมือนนางเอกซีรีส์เกาหลี ช่วง work from home

 



1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่มีน้ำมัน
ขั้นตอนแรกที่สาวเกาหลีใช้ในการทำความสะอาดผิวก็คือ การใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยล้างเครื่องสำอางที่ล้างออกยากได้อย่างหมดจด แต่ทั้งนี้สาวๆ อย่าลืมนวดหน้าตอนล้างหน้าอย่างเบามือ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด


2.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ชนิด Water-Based
มาถึงขั้นตอนที่สองก็คือการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ชนิด Water-Based ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยให้มั่นใจในเรื่องความสะอาดของผิวหน้า และช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ด้วย
3.สครับผิว
การสครับผิวจะช่วยให้เซลล์เก่าหลุดออกไป เพื่อที่ผิวใหม่จะได้กลับคืนมา ดังนั้นในส่วนของขั้นตอนที่ 3 ก็คือการสครับผิว โดยสามารถใช้สูตรสครับผิวที่เหมาะกับผิวหน้าของตัวเองได้เลย แต่แนะนำให้สครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวบอบบาง


4.เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์
ขั้นตอนนี้จะช่วยปรับความสมดุลของผิว เนื่องจากความสมดุลของผิวจะหายไปหลังจากล้างหน้า การเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์จะช่วยให้ผิวหน้าพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่


5.มาสก์หน้า
การมาสก์หน้าเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่ก็ควรมาสก์ตามเวลาที่ระบุไว้ เพื่อไม่ให้ผิวโดนดูดความชุ่มชื้นกลับ แนะนำให้มาสก์หน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

6.ลงเอสเซนส์
การลงเอสเซนส์เป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เพราะในเอสเซนส์จะอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด และยังสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย จึงช่วยให้ผิวสวยใสสุขภาพดี




7.ทาเซรั่ม
การทาเซรั่มเป็นการเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับผิว เพราะลำพังแค่การลงเอสเซนส์ยังทำให้ผิวชุ่มฉ่ำไม่มากเพียงพอสำหรับสาวเกาหลี ดังนั้น ใครอยากมีผิวที่แลดูฉ่ำน้ำ แนะนำให้ทาเซรั่มหลังลงเอสเซนส์ ขอบอกเลยว่าขั้นตอนนี้ยังช่วยลดจุดด่างดำและรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย




วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สูตรรักษาฝ้า หน้าใส ด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ 6 ชนิด



6 สมุนไพรบ้านๆ กับสูตรรักษาฝ้า เผยหน้าใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปัญหาที่ติดอันดับต้นๆ ตัวทำลายความมั่นใจของสาวๆ ไปเลย คือปัญหาหน้าไม่ใส เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ ปัญหานี้เกิดคู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย มาลองใช้วิธีธรรมชาติ กันดูนะคะ

1. น้ำมะนาว
มะนาวเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีกรดซิตริกที่จะช่วยลดรอยด่างดำและรักษาฝ้าให้ดูจางลงได้  เพียงแค่นำมะนาว 1 ลูกมาคั้นเอาแค่ส่วนของน้ำ จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำมะนาวไปถูเบาๆ บริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำเป็นประจำวันละ 2 ครั้งติดต่อกัน 3 สัปดาห์ แต่อาจจะต้องระวัง อย่าปล่อยน้ำมะนาวทิ้งไว้บนใบหน้านานเกินไป เพราะน้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูง อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายในบริเวณผิวที่มีความบอบบาง
เซรั่มลดฝ้า เซรั่มหน้าใส  >> https://www.chivalabcare.com/category/4/
2. ขมิ้น
ขมิ้นจะช่วยต้านแบคทีเรียและลดการเพิ่มเม็ดสีผิว ที่เป็นตัวการทำให้ผิวคล้ำเสียได้ง่าย เพียงนำขมิ้นผงผสมกับนมสดในอัตรา 1:2 ส่วน คนให้เข้ากัน แล้วทาตรงบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้วิธีนี้ทุกวันก่อนนอนเป็น ก็จะช่วยให้หน้าใส ฝ้าดูจางลง ผิวดูสดใส แถมยังดูขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย
ครีมขมิ้นลดฝ้า >> https://www.chivalabcare.com/product/43
ครีมสาหร่ายลดฝ้า >> https://www.chivalabcare.com/category/2/
3. ว่านหางจระเข้
ตัดว่านหางจระเข้มาล้างยางออกให้สะอาด ฝานเปลือกออกให้เหลือส่วนวุ้นด้านใน จากนั้นล้างทำความสะอาดยางให้เกลี้ยงอีกครั้ง นำมาบดจนละเอียด แล้วนำมาทานวดบริเวณที่เป็นฝ้าอย่างเบามือประมาณ 5 นาที จากนั้นทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันวันละครั้ง ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมได้แล้ว
เจลว่านหางจรเข้ >> 
4. ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตเป็นสูตรหน้าใสที่ช่วยขัดผิวตามธรรมชาติ สามารถกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไป แถมไม่ทำให้เกิดการแพ้ ด้วยการผสมข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ นม 2 ช้อนโต๊ะและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน คนจนส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว จากนั้นนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าสะอาด ทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ ตามด้วยครีมบำรุงเป็นขั้นตอนสุดท้าย
เซรั่มหน้าใส >> https://www.chivalabcare.com/category/4/
5. โยเกิร์ต
กรดแลคติคในโยเกิร์ตจะช่วยรักษาฝ้าได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยนำโยเกิร์ต 2 ช้อนชาผสมขมิ้นเล็กน้อย คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นทาทิ้งไว้ตรงที่เป็นฝ้าประมาณ 30 นาทีแล้วค่อยล้างออก ทำซ้ำวันละ 1-2 ครั้ง ติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ รับรองว่าจะช่วยให้ฝ้าค่อยๆ จางลงได้
6. นมถั่วเหลือง
ในนมถั่วเหลืองมีสารการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวดูสว่างใสช่วยให้ฝ้าแลดูจางลง จึงเป็นอีกหนึ่งสูตรที่น่าสนใจ เริ่มต้นด้วยการนำสำลีชุบน้ำนมถั่วเหลือง แล้วแปะทิ้งไว้บนใบหน้า จากนั้นปล่อยให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วค่อยลอกออก จากนั้นล้างทำความสะอาดผิวหน้าตามปกติ โดยสูตรนี้ควรทำซ้ำทุกวัน ติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป ก็จะเริ่มเห็นประสิทธิภาพของผิวที่ดูเนียนใสได้อย่างชัดเจน
ข้อมูลสนับสนุนจาก  >> https://www.sanook.com/women/141549/

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

แค่ทาตามนี้ ผิวก็สวยเนียนใส

แนะนำเคล็ดลับการทาโลชั่น แบบง่ายมาก ทำแค่ 5 ขั้นตอนนี้
1.ขจัดขี้ไคลหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปก่อนการขัดขี้ไคลเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปจากผิว ซึ่งจะช่วยให้เนื้อโลชั่นซึมซาบลงสู่ผิวได้เร็วและรับสารอาหารจากโลชั่นได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าเราไม่ขัดขี้ไคลหรือขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป การทาโลชั่นก็จะไม่สามารถเข้าถึงผิวของเราได้อย่างล้ำลึกเต็มที่ เพราะอาจจะไปตกค้างหรือสะสมที่บริเวณชั้นของขี้ไคลแทน อีกทั้งยังทำให้เปลืองโลชั่นอีกด้วย


2.ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงทีละตัวหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า ยังไงก็ทาอยู่แล้วทาพร้อมกันหมดนี่แหละจะได้ประหยัดเวลา นั่นถือว่ายังขาดความรู้อีกมาก เพราะโลชั่นแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติต่างกัน การทาพร้อมกัน อาจจะมีสารบางอย่างที่ทำปฏิกิริยาต่อกัน อาจส่งผลเสียหรือลดคุณภาพของโลชั่นแต่ละชนิดลงไปได้ ดังนั้นการทาทีละตัวจะช่วยให้คุณสมบัติของครีมบำรุงแต่ละชนิดค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างแท้จริง และควรทาห่างกันอย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนที่จะทาโลชั่นอีกตัวซ้ำลงไป
3.อาบน้ำเย็นในขั้นตอนสุดท้ายการอาบน้ำอุ่นจะทำให้รูขุมขนขยายกว้าง จึงช่วยกำจัดสิ่งสกปรกหรือช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้ ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาดผิวได้มากยิ่งขึ้น แต่ในขั้นตอนสุดท้ายของการอาบน้ำ แนะนำให้ราดตัวด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดกระชับรูขุมขน และน้ำเย็นยังช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ใต้ผิว ทำให้ผิวไม่ต้องสูญเสียความชุ่มชื้นมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้การบำรุงด้วยโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นยิ่งได้ประสิทธิภาพมากขึ้นไปพร้อมกันด้วย
4.อาบน้ำเสร็จควรบำรุงผิวด้วยโลชั่นทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ ควรทาโลชั่นตามทันที เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ผิวกำลังแห้งหมาด ซึ่งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากความแห้งกร้านได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนบ่อยๆ ยิ่งต้องเคร่งครัดเรื่องการทาครีมบำรุงผิว เพราะการอาบน้ำร้อนจะเป็นตัวการทำให้ผิวแห้งเสียได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง
5.ทาโลชั่นซ้ำอีกครั้งก่อนนอนการทาโลชั่นก่อนนอนจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้ดีขึ้น เพราะร่างกายจะทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวพรรณทุกส่วนของร่างกายในเวลาที่เรานอนหลับ ดังนั้น การทาโลชั่นก่อนนอนก็จะช่วยเติมเต็มสารอาหารดีๆ ให้กับผิว ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น สดใส และห่างไกลจากริ้วรอยความแก่ได้ด้วย